ลงทุนกลางทะเลบ้า

ถึงเวลาภัยมา คนไทยทุกหมู่เหล่าต่างรวมใจเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกันโดยอัตโนมัติ ใครมีแรงออกแรง ใครมีเงินออกเงิน รัฐบาลจะใช้ยาแรงอย่างไร ก็หาได้มีเสียงต่อต้านแต่อย่างใดไม่ แม้กระทั่งฝ่ายค้านรัฐบาล

ขี่พายุทะลุฟ้า : ชาญชัย สงวนวงศ์

ถึงเวลาภัยมา คนไทยทุกหมู่เหล่าต่างรวมใจเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกันโดยอัตโนมัติ ใครมีแรงออกแรง ใครมีเงินออกเงิน รัฐบาลจะใช้ยาแรงอย่างไร ก็หาได้มีเสียงต่อต้านแต่อย่างใดไม่ แม้กระทั่งฝ่ายค้านรัฐบาล

วิกฤตโควิด-19 คราวนี้ รัฐบาลต้องกู้เงินไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาทมาเยียวยาผลกระทบ น่าแปลกไหม! ไม่มีใครคัดค้านรัฐบาลเลย อย่างกับไม่มีฝ่ายค้านในระบบการเมืองแน่ะ แม้แต่นายกฯ พูดผิดพูดถูกในเรื่องการเยียวยา ก็ยังไม่มีใครตามไปทิ่มแทงแบบเอาเป็นเอาตายเลย

ในทางตรงกันข้ามยังเชียร์ให้รัฐบาลกู้เพิ่มด้วยซ้ำ เพื่อจะได้ช่วยเหลือประชาชนได้มากยิ่งขึ้น เพียงแต่วิงวอนให้รัฐบาลช่วยเหลืออย่างตรงเป้าตรงกลุ่มเท่านั้น และข้อมูลการช่วยเหลือก็อย่ามั่วมากนัก

ฐานะการเงินการคลังของรัฐบาล ก็ยังไม่ได้อยู่ในขั้นวิกฤตแต่อย่างใด หนี้สาธารณะในปัจจุบันอยู่ในระดับ 41-42% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือ GDP มูลค่า 16.879 ล้านล้านบาท

ซึ่งก็ยังมีเพดานให้กู้ได้อีกไม่น้อยกว่า 3 ล้านล้านบาท ตามกรอบความยั่งยืนทางการคลังที่กำหนดไว้ร้อยละ 60 ของจีดีพี

ไวรัสโควิดในประเทศไทย จะหยุดระบาดเมื่อไหร่ ไม่มีใครรู้ ได้แต่ภาวนาขอให้จบเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี และเมื่อการแพร่ระบาดหยุดลงแล้ว เครื่องจักรเศรษฐกิจของประเทศ ที่หยุดนิ่งมาพักใหญ่ ก็ควรจะกลับมาทำงานเป็นปกติได้ทันทีเช่นกัน

สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นในภาวะที่โรคระบาดอาละวาดไปทั่วโลกเช่นนี้ ต้องบอกว่า ผันผวนสุดขีด” ราวล่องเรือใน ทะเลบ้า” หากฎเกณฑ์ไม่สู้จะได้สักเท่าใดนัก

บทจะขึ้นก็ขึ้นแรง และบทจะลงก็ลงแรง บางทีภาคเช้ากับภาคบ่าย กลายเป็นหนังคนละม้วนอยู่บ่อย ๆ

ดูไปแล้ว ตลาดหุ้นไทยก็เป็นตลาดที่เต็มไปด้วยภยันตราย ไม่มีความปลอดภัยในการลงทุนสักเท่าไหร่ แต่ก็น่าแปลก! ในความผันผวนจัดเช่นนี้ กลับมีวอลุ่มซื้อขายหนาแน่นขึ้นมากถึงในระดับ 6.7 หมื่นล้านบาท/วัน (มูลค่าซื้อขายเฉลี่ย/วันปีที่แล้ว 5.3 หมื่นล้านบาท)

ความผันผวนของตลาด เกิดขึ้นตั้งแต่กลางเดือนก.พ.ที่โควิดแพร่ระบาดอย่างน่ากลัวมากขึ้น ดัชนีจากต้นปีที่ระดับ 1,580 จุด ไหลต่อเนื่องเกือบหลุด 1,000 จุดมาที่ระดับ 1,020 จุด ตอนช่วงปลายก.พ. อันเป็นจุดต่ำสุดของปี แต่จากนั้นก็มีแรงพยุงขึ้นมาในระดับปัจจุบันที่ 1,200 จุด

แต่ก็ยังต่ำกว่าดัชนีต้นปีเกือบ 380 จุด และก็ยังคาดเดาไม่ออกว่าดัชนีสิ้นปี จะไปจบลงตรงไหน

คำถามว่า จะเข้าลงทุนตลาดหุ้นช่วงนี้ได้ไหม ผมก็ว่าได้ครับ เพราะมีหุ้นดี ๆ ใน SET50 และ SET100 ที่จ่ายปันผลสูงตั้งแต่ 3% ขึ้นไปจำนวนมาก ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารต่ำเตี้ยเรี่ยดินไม่ถึง 1% เท่านั้น การลงทุนในตลาดหุ้นจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการบริหารเงินออม

อย่างเช่นถ้าคิดใน SET50 ก็มีถึง 25 ตัว แต่ถ้าคิดใน SET100 ก็จะนับได้ถึง 55 ตัว หุ้นที่ยังไม่ขึ้นเครื่องหมาย XD จ่ายเงินปันผลประจำปี อาทิ หุ้น JAS หรือจัสมินที่จะขึ้น XD วันจันทร์นี้ ให้ผลตอบแทนสูงถึง 35%, PSH พฤกษาโฮลดิ้ง 14.22%

ระดับ 10% ก็มี ORI หรือออริจิ้น, KKP เกียรตินาคินภัทร ระดับ 9% นี่ก็มีทั้ง LH แลนด์แอนด์เฮ้าส์, แบงก์ TISCO, QH คิวเฮ้าส์ ระดับ 8% มี SCB TASCO AP ระดับ 7% มี PTTEP DTAC และระดับ 6% มี KTB BBL และ SPALI

หุ้นที่ยกตัวอย่างมา ล้วนเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานมั่นคง ไม่มีแนวโน้มว่ากิจการจะเจ๊งหรอก เมื่อไหร่ที่บ้านเมืองกลับสู่สภาวะปกติ ก็จะเป็นหุ้นที่สร้างผลกำไรได้ดีและให้ผลตอบแทนสูง

แต่ก็ต้องตระหนักให้ดีว่า ตลาดหุ้นไทยยามนี้ก็เหมือนกับตลาดหุ้นทั่วโลก ที่ไม่อยู่ในสภาวะปกติ เป็นการลงทุนกลางพายุหรือทะเลบ้าก็ไม่ปาน จึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษโดยเลือกลงทุนหุ้นพื้นฐานที่ให้ปันผลสูงเท่านั้นและควรทยอยลงทุน ก็จะเป็นการ กันเหนียว” ได้ดี

หุ้นพื้นฐานที่มีปันผลและมีสภาพคล่องสูงยังอาจให้ผลตอบแทนระยะสั้นได้ โดยเฉพาะเข้าซื้อในวันเลือดนองตลาด ที่หุ้นมีราคาต่ำ