JKN ดีขึ้นต่อเนื่อง!

มีการวิเคราะห์กันว่า JKN จะยังคงสามารถทำกำไรในช่วงไตรมาส 1 ปี 2563 ที่ 86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากงวดเดียวกันของปีก่อน

คุณค่าบริษัท

มีการวิเคราะห์กันว่า บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN จะยังคงสามารถทำกำไรในช่วงไตรมาส 1 ปี 2563 ที่ 86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 71% จากไตรมาสก่อน

โดยประเมินว่าจะหนุนจาก 1) รายได้ในประเทศที่ 323 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 10% จากงวดเดียวกันของปีก่อน, และเพิ่มขึ้น 24% จากงวดเดียวกันของปีก่อน จากการขายคอนเทนต์ให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล (ช่อง 3, ช่อง 8, WPTV, GMM 25) เพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลลดต้นทุนในการผลิตคอนเทนต์

2) รายได้จากต่างประเทศยังคงขยายตัวต่อเนื่อง เพิ่มขึ้น 3% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อน จากการขายคอนเทนต์ให้ OTT platforms ในต่างประเทศเพิ่มขึ้น

3) gross profit margin ที่ 43.3% ทรงตัวจากงวดเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน จากการขายคอนเทนต์ให้ทีวีดิจิทัลซึ่งมี margin สูง

4) SG&A to total sales เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน จากค่าใช้จ่ายของ CNBC แต่ทรงตัวจากไตรมาสก่อน

ส่วนปัญหาลูกหนี้คงค้างคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ผู้บริหารเผยยอดลูกหนี้คงค้างที่เกินกำหนดจำนวน 6 รายอยู่ที่ 711 ล้านบาท (สิ้นไตรมาส 4/2562) และไม่ได้ตั้งค่าหนี้สงสัยจะสูญ ทั้งนี้ JKN ได้รับการชำระมาแล้ว 282 ล้านบาทในไตรมาส 1/2563 โดยลูกหนี้ 4 ใน 6 รายอยู่ต่างประเทศและอยู่ระหว่างทำสัญญารับประกันชำระหนี้กับทางสถาบันการเงินคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน เม.ย. ถึงแม้ในกรณีที่ไม่ได้รับชำระหนี้จากลูกค้าเลย ผู้บริหารยังมั่นใจว่า JKN ไม่มีปัญหาสภาพคล่อง โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2563 มีเงินลงทุนตราสารหนี้ 600 ล้านบาท และเงินกู้จากสถาบันการเงิน 850 ล้านบาท

นอกจากนี้ประมาณการกำไรสุทธิปี 2563 แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 1/2563 มีสัดส่วนเป็น 31% ของกำไรสุทธิปี 2563 โดยเชื่อว่า JKN จะได้รับประโยชน์จากการแข่งขันที่รุนแรงของกลุ่มทีวีดิจิทัล ผู้ประกอบการยังคงได้รับความกดดันเรื่องค่าโฆษณา จึงต้องพยายามลดต้นทุนคอนเทนต์ ซึ่งคอนเทนต์ของ JKN มีราคาต่ำกว่าเมื่อเทียบกับคอนเทนต์ที่ผลิตเอง

ขณะเดียวกันคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2563 ที่ 277 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 9.4% จากงวดเดียวกันของปีก่อน) บนสมมติฐาน 1) รายได้ค่าลิขสิทธิ์ขยายตัว เพิ่มขึ้น 9% จากงวดเดียวกันของปีก่อน จากการขายคอนเทนต์ทั้งไทยและต่างประเทศไปให้ทีวีดิจิทัล และ OTT platforms ในต่างประเทศ, 2) Gross profit margin อยู่ที่ 41.3% ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยจาก 41.1% ในปี 2562

ขณะที่ผลการดำเนินงานปี 2562 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2562 บริษัทมีรายได้รวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1,710.75 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 1,422.61 ล้านบาท เป็นผลจากรายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า และค่าลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขยับขึ้นมาอยู่ที่ 252.81 ล้านบาท หรือ 0.42 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 227.68 ล้านบาท หรือ 0.37 บาทต่อหุ้น

ปัจจัยดังกล่าวทำให้ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) จึงมองเป็นโอกาสให้เริ่มเข้าไป “ซื้อสะสม” ราคาเป้าหมาย 5 บาท โดยคาดว่าราคาหุ้นจะเริ่มปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะช่วงก่อนและหลังประกาศกำไรสำหรับไตรมาส 1/2563 ที่จะสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่อผลการดำเนินงานที่จะกลับมาเติบโตโตต่อเนื่องได้ในปี 2563

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ 303,914,200 หุ้น 56.28%
  2. นายเฉลิม หาญพาณิชย์   26,000,000 หุ้น     4.81%
  3. MEDIA KING CAPITAL LTD 25,000,000 หุ้น     4.63%
  4. น.ส.พิมพ์อุมา จักราจุฑาธิบดิ์ 20,762,800 หุ้น     3.84%
  5. BNP PARIBAS SINGAPORE BRANCH 20,000,000 หุ้น       3.70%

รายชื่อกรรมการ

พล.ร.อ.อภิชาติ เพ็งศรีทอง ประธานกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ

นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการผู้จัดการ, กรรมการ

น.ส.พิมพ์อุมา จักราจุฑาธิบดิ์ กรรมการ

นางพิสมัย ลิขิตอำนวย กรรมการ

น.ส.กมลรัตน์ มงคลครุฑ กรรมการ