พาราสาวะถี

หลังการประชุมครม.วันนี้ ก็ถือว่าครบพิธีกรรมสำหรับการยืดการบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือน ถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ ไม่จำเป็นต้องฟังเสียงทักท้วงใด ๆ ไม่ใส่ใจว่าใครจะกล่าวหาการคงกฎหมายฉบับนี้ใช้ต่อไปเพื่อความมั่นใจในทางการเมืองของผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจ โดยใช้สถานการณ์โควิด-19 มาเป็นเกราะกำบัง ก็ตีเนียนกันไป ในเมื่อแรงกระเพื่อมจากฝ่ายประชาชนยังไม่มีแนวโน้มที่จะสั่นคลอนเสถียรภาพของฝ่ายกุมอำนาจ ก็ไม่จำเป็นต้องแยแสข้อครหาโดยเฉพาะจากฝ่ายตรงข้าม

อรชุน

หลังการประชุมครม.วันนี้ ก็ถือว่าครบพิธีกรรมสำหรับการยืดการบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือน ถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ ไม่จำเป็นต้องฟังเสียงทักท้วงใด ๆ ไม่ใส่ใจว่าใครจะกล่าวหาการคงกฎหมายฉบับนี้ใช้ต่อไปเพื่อความมั่นใจในทางการเมืองของผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจ โดยใช้สถานการณ์โควิด-19 มาเป็นเกราะกำบัง ก็ตีเนียนกันไป ในเมื่อแรงกระเพื่อมจากฝ่ายประชาชนยังไม่มีแนวโน้มที่จะสั่นคลอนเสถียรภาพของฝ่ายกุมอำนาจ ก็ไม่จำเป็นต้องแยแสข้อครหาโดยเฉพาะจากฝ่ายตรงข้าม

ช็อตต่อไปก็เป็นเรื่องของรายละเอียดกิจการ กิจกรรม ที่จะได้รับการผ่อนปรนในระยะที่ 3 มีความเป็นไปได้ว่า สถานที่เสี่ยงอย่างโรงหนัง อาจจะได้รับการผ่อนปรนในรอบนี้ นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ชี้แจงว่า สามารถทำได้แต่ต้องเว้นระยะห่างตามมาตรการที่กำหนด รวมทั้ง จะต้องมีการปรับปรุงเรื่องของการระบายอากาศให้ถ่ายเทได้สะดวก เนื่องจากเป็นสถานที่มีเครื่องปรับอากาศและต้องใช้เวลานานในการเข้ารับบริการ

ถือเป็นการผ่อนคลาย เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ชีวิตเกือบปกติ แต่กรณีของโรงหนังคงขึ้นอยู่กับความกล้าของคนที่จะเข้าไปใช้บริการด้วย เพราะหากพิจารณาในมุมของความเสี่ยงตามความรู้สึกของปุถุชนธรรมดา ต้องยอมรับกันว่าน่าจะมาก แต่ในเชิงวิชาการและคณะกรรมการที่เขาพิจารณาในเรื่องนี้ คงดูในมุมของการบริหารจัดการ หากสามารถป้องกันกันได้ดี คงไม่มีปัญหา ส่วนพวกสถานบันเทิงและสนามมวย ด้วยวิถีการใช้บริการต่างกันอย่างสิ้นเชิง จึงเป็นตัวเลือกสุดท้ายที่จะได้รับการผ่อนปรน

แน่นอนว่า เมื่อพิจารณาจากเงื่อนเวลาที่ศบค.ได้วางไทม์ไลน์ไว้แล้ว ไม่น่าจะเกินสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ คงจะสามารถผ่อนปรนให้ทุกกิจการ กิจกรรม กลับมาเปิดบริการได้ตามปกติ บนเงื่อนไขที่เคร่งครัดแตกต่างกันไป หรือเต็มที่ล่าช้าก็ไม่น่าจะเกินต้นเดือนกรกฎาคม โดยหากลากยาวไปถึงตรงนั้น ก็ชัดเจนว่า จะมีการยืดอายุการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินตามไปด้วย ซึ่งจะเป็นตัวช่วยชั้นดี มีน้ำหนักสำหรับรัฐบาลสืบทอดอำนาจที่จะบอกกล่าวกับประชาชนว่าสถานการณ์โควิด-19 ยังไม่เป็นที่ไว้วางใจ

อย่างไรก็ตาม หากประเมินจากการผ่อนปรนในระยะที่สองที่ผ่านพ้นไปเกือบสองสัปดาห์ โดยภาพรวมก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ ความร่วมมือของประชาชนส่วนใหญ่เป็นไปด้วยดี วันนี้บรรดาร้านสะดวกซื้อ ก็ให้ลูกค้าลงทะเบียนระบุชื่อและเบอร์โทร รวมทั้งเวลาเข้า-ออกที่เข้าไปใช้บริการ หรือถ้าใครไม่สะดวกก็ให้โหลดแอปพลิเคชันไทยชนะเช็กอินและเช็กเอาท์แทน การวางมาตรการที่เข้มแข็งเช่นนี้ จะเป็นผลดีต่อกระบวนการสอบสวนโรค หากพบว่ามีผู้ติดเชื้อ ณ จุดหนึ่งจุดใด

เหมือนอย่างรายของลุงวัย 72 ปีที่พบว่ามีการไปรับบริการที่โรงพยาบาลของรัฐและไปร้านตัดผม รวมถึงร้านอาหาร โดยสองอย่างหลังแม้ว่าจะเพิ่งเริ่มต้นมาตรการผ่อนปรนในระยะแรก แต่ก็ปฏิบัติตามมาตรการที่ภาครัฐวางไว้ให้อย่างเคร่งครัด จึงทำให้กระบวนการกักตัวเพื่อเฝ้าระวังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเจ้าหน้าที่ทำงานกันได้ง่ายขึ้น ประกอบกับลุงคนดังว่าก็สวมหน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไมประเทศไทยจำนวนผู้ติดเชื้อถึงไม่พุ่งกระฉูดเหมือนหลาย ๆ ประเทศ

กระนั้นก็ตาม บนความร่วมมือร่วมใจเพื่อให้ประเทศก้าวพ้นวิกฤติ ก็ยังมีพวกเหลือบที่หากินในยามที่สถานการณ์ของบ้านเมืองไม่ปกติ กับข่าวคราวโรงแรมในภาคตะวันออกถูกคนแอบอ้างเรียกหัวคิว 40 เปอร์เซ็นต์ เพื่อทำให้ผ่านเกณฑ์สามารถเข้าร่วมเป็นสถานที่กักกันซึ่งรัฐจัดให้หรือ State Quarantine งานนี้ ป่าวประกาศดัง ๆ มาจาก พลโทคงชีพ ตันตระวาณิชย์ ไม่มีคนในกองทัพเข้าไปเกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันถ้ามีจะลงโทษทางวินัยและดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาด

ฟาก อนุทิน ชาญวีรกูล ที่กุมบังเหียนกระทรวงสาธารณสุขก็ย้ำหนักแน่น คนของกระทรวงคุณหมอไม่มีใครไปทำนอกรีตแบบนั้นแน่ พร้อม ๆ กับเรียกร้องให้คนที่ออกมาปูดข้อมูลแสดงหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่เสี่ยหนูเชื่อว่าทางโรงแรมจะต้องมีอย่างแน่นอน ไม่ต้องรอใบเสร็จ ก่อนที่จะขู่กลับว่าหากคนพูดพูดไม่จริง ไม่มีหลักฐาน กระทรวงสาธารณสุขก็จะฟ้องร้อง ก็ต้องเป็นเช่นนั้นและอย่าทำให้เป็นมวยล้มต้มคนดูก็แล้วกัน

ประชาชนผิดหวังกันมาแล้วตั้งแต่กรณีหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ ที่เห็นกันชัดว่าทั้งสินค้าขาดตลาดและราคาแพงเว่อร์เกินจริง สุดท้าย ไม่เห็นมีการดำเนินคดีอะไรทางกฎหมายที่ใหญ่โต มีแต่พวกปลาซิวปลาสร้อยที่ถือว่าซวย จากการสร้างภาพกวาดล้างของฝ่ายกุมอำนาจ แต่ประเภทกักตุน แอบส่งออก ไม่มีปัญญาดำเนินการอะไรได้ ด้วยเหตุนี้ไงจะให้คนเชื่อว่าไม่ได้อุ้มคนรวยช่วยพวกเดียวกันได้อย่างไร

วันนี้ มีการประชุมส.ส.พรรคสืบทอดอำนาจ ยืนยันมาจาก พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ด้วยประโยคสั้น ๆ “ไม่ไป ไม่เกี่ยว” เอ้า!แล้วที่นั่งเป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคนั่นคืออะไร หรือว่าแค่หัวหลักหัวตอ ความจริงแล้ว จังหวะนี้แหละที่เหมาะที่สุดสำหรับการจะไปเคลียร์ใจกันกับบรรดาแกนนำภายในพรรคและลิ่วล้อทั้งหลาย ถึงข่าวคราวทางลบที่ออกมาตลอดช่วงเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ช่วยกันยืนยันว่ามันไม่จริง

พอติ๊ดชึ่งกันแบบนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้าย่อมทำให้คนมองเห็นเค้าลาง รูปรอยของความขัดแย้งบาดหมางชัดเจนขึ้นไปอีก แต่การเดินเกมกันมาถึงขั้นนี้แล้วคงคุยกันลำบาก หากไม่กลายเป็นแม่น้ำแยกสายไผ่แยกกอ ก็ต้องทนอยู่กันไปในสภาพแบบนี้ แต่ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจไม่แฮปปี้แน่ เพราะมันจะทำให้งานฝ่ายบริหารเกิดอาการสะดุดจากที่ก็ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันกันอยู่แล้ว หากเป็นก่อนหน้าอาจจะพอขอพี่ใหญ่ให้ใจเย็นกันได้บ้าง

ทว่ามาถึงเวลานี้เอาอะไรมาฉุดก็ไม่อยู่ เมื่อเจ้าของพรรคตัวจริงเสียงจริงต้องการจะเข้ามาจัดระบบ ทำให้ทุกอย่างเรียบร้อย ไม่ปล่อยให้สี่กุมารได้สร้างความเสียหายทางการเมืองภายในพรรคอีกต่อไป การบริหารจัดการการเมืองภายในพรรคหากทำได้เร็ว รับกับการบริหารจัดการเงินงบประมาณที่จะเดินหน้ากันจำนวนมหาศาลในอนาคตอันใกล้นี้ มันจะส่งผลดีทั้งต่อการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะต้องเข็นให้เกิดขึ้นโดยเร็วเช่นกัน รวมไปถึงการจัดทัพไว้รับศึกเลือกตั้งใหญ่ในอนาคตด้วย