“คมนาคม” หนุน “ทอท.” ลุยเทอร์มินัลทิศเหนือ “สุวรรณภูมิ”-จ่อวางแนวถนนใหม่ สร้างมอเตอร์เวย์

"ศักดิ์สยาม" รมว.คมนาคม หนุน "ทอท." ลุยเทอร์มินัลทิศเหนือ "สุวรรณภูมิ" พร้อมเผยแผนการดำเนินงาน ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีจ่อวางแนวถนนใหม่ สร้างมอเตอร์เวย์

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)​ (AOT) หรือทอท. ได้เสนอแผนพัฒนาอาคารผู้โดยสาร ส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือ (North Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มาแล้ว ซึ่งตนได้ส่งต่อไปยังสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) แล้วเพื่อพิจารณาตามขั้นตอน

โดยที่ผ่านมาเรื่องเทอร์มินอลของสนามบินสุวรรณภูมิมีการถกเถียงกัน แต่หากมั่นใจว่าโครงการเป็นประโยชน์ก็ให้เดินหน้าเพื่อพัฒนาศักยภาพ ซึ่งรวมไปถึงการขยายรันเวย์ที่ 3 แม้วันนี้จะยังไม่มีผู้โดยสารเข้ามา เพราะมีการปิดการเดินทางเข้าออกระหว่างประเทศ แต่เมื่อทุกอย่างเปิดแล้วผู้โดยสารกลับมา สนามบินจะต้องมีความพร้อม หากหยุดการพัฒนารอให้โควิด-19 จบก่อนคงไม่ทัน

นอกจากนี้ นายศักดิ์สยาม ยังกล่าวถึงแผนการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคม ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีว่า กระทรวงฯได้มีการเพิ่มเติมเพื่อให้ตอบสนองความต้องการและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การพัฒนาถนนสายต่างๆ ซึ่งกรมทางหลวงชนบท(ทช.) ได้รับงบประมาณปี 2563 กว่า 4 หมื่นล้านบาท ในการพัฒนาโครงข่ายถนนจากชุมชน หมู่บ้าน กับถนนสายหลัก ส่วนกรมทางหลวง(ทล.) มีแผนพัฒนาโครงข่ายถนนเชื่อมต่อระหว่างจังหวัด และมอเตอร์เวย์

สำหรับแผนแม่บทการพัฒนามอเตอร์เวย์ทั่วประเทศระยะทางประมาณ 4,000 กม. ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้ทบทวนแผนเพื่อแก้ปัญหาอุปสรรคจากการพัฒนาในอดีต เช่น มอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ที่มีปัญหาเรื่องราคาเวนคืนช่วงเริ่มต้นโครงการ แต่เพราะมีความล่าช้าทำให้ราคาที่ดินมีการปรับเพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้งบประมาณโครงการสูงขึ้น

ทั้งนี้ นายกฯให้นโยบายในการพัฒนาโครงข่ายถนน หรือมอเตอร์เวย์ ไม่จำเป็นต้องพัฒนาหรือขยายแนวเส้นทางเดิมที่มีซ้ำๆ เช่น ขยายถนนมิตรภาพ ถนนเพชรเกษม หรือถนนพระราม 2 เพราะการขยายถนนเดิมๆ ความเจริญจะอยู่ที่พื้นที่เดิม ตามแนวถนนเดิม

โดยให้พิจารณาแนวเส้นทางใหม่ โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะผ่านพื้นที่ใคร เอื้อประโยชน์ให้ใคร แต่ให้พิจารณาว่าเป็นแนวเส้นทางที่ก่อสร้างไปแล้วจะประหยัดงบประมาณ และเพิ่มความสามารถในการเดินทางของประชาชนได้รับความสะดวกมากขึ้น และการสร้างความเจริญตามแนวถนน

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ขณะนี้ ได้ให้กรมทางหลวงและการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) บูรณาการแผนโครงข่ายถนนและโครงการรถไฟทางคู่ ไปด้วยกัน จากที่วางโครงข่ายต่างคนต่างไป ซึ่งได้ให้แนวทางในการดำเนินงานใช้รูปแบบง่ายๆ ไม่ต้องคิดมาก เอาแผนที่ประเทศไทยกาง ดูเส้นรุ้งเส้นแวงแล้ววางแนวเส้นทางออกจากกรุงเทพฯ กรณีเจอเมืองชุมชนก็ทำเป็นทางเลี่ยงเมือง และทำถนนเชื่อมเข้ากับเมือง

ทั้งนี้ เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อการเวนคืนประชาชนน้อย เพราะเป็นการลากแนวไปพร้อมกันทั้งถนนและรถไฟ จากเดิมที่เวนคืนถนนแล้วต้องมาเวนคืนรถไฟอีก ชุมชุมเมืองถูกแบ่งหลายรอบหลายส่วน

สำหรับกรมทางหลวงนั้น ได้เร่งรัดการขยายถนนพระราม 2 โครงการมอเตอร์เวย์ สายบางใหญ่-กาญจนบุรี และสายบางปะอิน-นครราชสีมา ซึ่งการก่อสร้างคืบหน้ากว่า 80%คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 66

อย่างไรก็ตาม ในแง่การลงทุนนั้นมอเตอร์เวย์มีกองทุนที่สามารถระดมทุนมาใช้ในการลงทุนได้ ซึ่งจะมีการสำรวจและศึกษารูปแบบการร่วมลงทุนเอกชน (PPP) โดยเริ่มจากการลงทุนโดยคนไทย หรือ Thai First หากเกินขีดความสามารถจึงจะเปิดให้เอกชนต่างชาติเข้ามาลงทุน

    “เมื่อก่อน ประเทศไทยเป็นเสือตัวที่ 5 ในอาเซียน แต่วันนี้ประเทศไทย ย่ำอยู่กับที่มานานมากไปแล้ว จนมีประเทศแซงไปแล้ว แต่ประเทศไทยมีจุดได้เปรียบที่เป็นศูนย์กลางอาเซียน ดังนั้นจะต้องเร่งพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ทั้ง 4 มิตร คือ บก น้ำ ราง อากาศ เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียนจริงๆ”

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยประสบกับสถานการณ์โควิด-19 เหมือนประเทศอื่นๆ แต่เนื่องจากรัฐบาลสามารถบริหารจัดการ แก้ไข และควบคุมการแพร่ระบาดได้ดี ทำให้ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 6 ของโลกในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ซึ่งการจะกลับสู่ภาวะปกติได้นั้นทุกคนต้องร่วมมือและเข้าใจมาตรการที่ขณะนี้ได้มีการผ่อนปรนมาตรการต่างๆแล้ว

สำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจนั้นจะต้องเริ่มภายในประเทศก่อน โดยกระทรวงคมนาคมจะบริหารจัดการงบประมาณปี 2563 ประมาณ 1.8 แสนล้านบาท โดยให้เร่งรัดการเบิกจ่ายให้ได้ 100% ในเดือนก.ย.63 ด้วยการปรับแผนและติดตามเร่งรัดทุกเดือนเพื่อแก้ปัญหาการติดขัดในทุกๆ เรื่องได้อย่างรวดเร็ว เพื่อเร่งอัดเม็ดเงินเข้าระบบกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงงบลงทุนของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจอีกประมาณ 3 แสนล้านบาทได้เร่งรัดให้เดินหน้าโครงการ