พาราสาวะถี

เป็นไปตามคาดผลการเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 4 จังหวัดลำปาง เมื่อชัยชนะตกเป็นของ วัฒนา สิทธิวัง ผู้สมัครจากพรรคสืบทอดอำนาจ โดยคะแนนที่ทิ้งขาด ร้อยตำรวจโทสมบูรณ์ กล้าผจญ จากพรรคเสรีรวมไทย เพราะอ่านกันขาดตั้งแต่คนโตเจ้าของพื้นที่แห่งตระกูลจันทรสุรินทร์ ปฏิเสธลงเลือกตั้งในนามของพรรคเพื่อไทย จนเกิดกระแสเกี้ยเซียะกันกับพรรคแกนนำรัฐบาล ซึ่งอ่านกันได้หลายทางแต่สุดท้ายหนีไม่พ้นเรื่องผลประโยชน์ที่วิน-วินกันทั้งสองฝ่าย


อรชุน

เป็นไปตามคาดผลการเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 4 จังหวัดลำปาง เมื่อชัยชนะตกเป็นของ วัฒนา สิทธิวัง ผู้สมัครจากพรรคสืบทอดอำนาจ โดยคะแนนที่ทิ้งขาด ร้อยตำรวจโทสมบูรณ์ กล้าผจญ จากพรรคเสรีรวมไทย เพราะอ่านกันขาดตั้งแต่คนโตเจ้าของพื้นที่แห่งตระกูลจันทรสุรินทร์ ปฏิเสธลงเลือกตั้งในนามของพรรคเพื่อไทย จนเกิดกระแสเกี้ยเซียะกันกับพรรคแกนนำรัฐบาล ซึ่งอ่านกันได้หลายทางแต่สุดท้ายหนีไม่พ้นเรื่องผลประโยชน์ที่วิน-วินกันทั้งสองฝ่าย

แต่การคว้าชัยเที่ยวนี้มีความหมายอย่างยิ่งต่อ ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะคนที่ดูแลผู้สมัครและส.ส.ของพรรคสืบทอดอำนาจในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบน และจะส่งผลต่อการตัดสินใจปรับครม.ของผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วย จะไม่ชนะได้อย่างไร ในเมื่อ 1 วันก่อนหย่อนบัตร พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ช่างบังเอิญมีภารกิจต้องไปปฏิบัติราชการเร่งด่วน จำเป็นสุด ๆ ในพื้นที่เมืองรถม้าพอดิบพอดี แค่นี้ก็รู้แล้วว่า ใครได้เปรียบ อย่าอ้างว่าไม่ได้ใช้กลไก อำนาจรัฐเพื่อเอื้อประโยชน์แต่อย่างใด

มันเป็นปกติทางการเมือง ไม่ว่ายุคไหน สมัยใด ใครที่กุมอำนาจรัฐย่อมมีโอกาสที่จะคว้าชัยชนะได้ตลอดในสนามการเลือกตั้งซ่อม ที่น่าหัวร่อคือ ในยุคที่อ้างว่าได้ปฏิรูปการเมืองแล้ว แต่การใช้กลไกแห่งอำนาจ การเอาเปรียบคู่แข่งทุกทางยังคงเกิดขึ้น ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้ผลดีอีกประการที่จะเกิดขึ้นคือ ในการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคสืบทอดอำนาจชุดใหม่ จะเป็นปัจจัยหนุนส่งให้พี่ใหญ่ได้ก้าวเข้าสู่เก้าอี้ผู้นำพรรคอย่างสง่างามด้วย

มีประเด็นที่คนสงสัยกันอยู่ว่า ข่าวปล่อยที่ออกมาบิ๊กป้อมจะมานั่งเป็นหัวหน้าพรรคเพียงชั่วคราวแค่ 6 เดือน เพื่อขจัดปัญหาต่าง ๆ ภายในพรรคให้เรียบร้อย จากนั้นจึงจะลาออกแล้วสรรหากันใหม่ คำถามคือ คนระดับนี้จะไม่มีปัญญาแก้ปัญหาภายในพรรคที่เกิดขึ้นโดยไม่มีหัวโขนภายในพรรคได้เลยหรือ ในเมื่อความเป็นจริงก็คือ นี่คือผู้ที่ก่อตั้งพรรคนี้ขึ้นมาเพื่อเป้าหมายรองรับขบวนการสืบทอดอำนาจ เท่ากับเป็นเจ้าของพรรคตัวจริงเสียงจริง

ดังนั้น หากไม่มีเป้าประสงค์อื่นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเปลืองตัวลงมาคลุกฝุ่นการเมืองด้วยตัวเอง และยังจะเป็นการเขี่ยทีมงาน 4 กุมารที่เป็นเหมือนลูกรักของน้องเล็กที่ตัวเองปลุกปั้นมากับมือด้วย ลำพังแค่เรื่องขี้ปะติ๋วเท่านี้คงไม่ต้องเล่นบทใหญ่กันขนาดนั้น แต่เมื่อลงมาลุยกันขนาดนี้ ย่อมมีเป้าหมายที่ใหญ่กว่าการมาเพียงชั่วคราว ดังนั้น ในแวดวงทางการเมืองจึงมองว่าข่าวปล่อยชิ้นนี้น่าจะเป็นเรื่องโกหก และก็น่าจะพอกันได้ไม่ยากว่าต้นตอมาจากใคร

ไม่เพียงเท่านั้น หากติดตามข่าวกันอย่างใกล้ชิดก็จะเห็นว่าเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาน้องเล็กได้เรียกพี่ใหญ่และพี่รองสองป. เข้าหารือภายในทำเนียบรัฐบาล ยิ่งทำให้ถูกจับตามองกันไปใหญ่ ไม่น่าจะใช้เรื่องเกี่ยวกับการเลือกตั้งซ่อมที่ลำปาง ไม่น่าจะเป็นประเด็นอันสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 หากแต่เป็นเรื่องทางการเมืองที่ว่าด้วยพรรคสืบทอดอำนาจล้วน ๆ ไม่ได้มีโจทย์แค่การปรับเปลี่ยนภายในพรรคแกนนำแต่ยังหมายถึงการเขย่าครม.ทั้งคณะด้วย

ในส่วนของพรรคสืบทอดอำนาจ คงต้องพิจารณาจากรายชื่อของกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จะมีใครไปแทนที่ตำแหน่งของ 4 กุมาร ที่เห็นกันชัด ๆ คงเป็นรายของ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่เที่ยวนี้น่าจะได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีพลังงานสมใจอยาก ส่วน อนุชา นาคาศัย ว่าที่เลขาธิการพรรค ก็ต้องมีตำแหน่งที่ใหญ่โตสมฐานะด้วย โดยในโควตาของพรรคแกนนำรัฐบาลนั้น ดูแล้วคงจะเกลี่ยกันลงตัว แต่ก็มีปัญหาที่ว่าถ้าพรรคเล็กที่ได้ส.ส.เอื้ออาทรก่อนหน้านี้ ขยับขอรับตำแหน่งด้วย จะจัดสรรปันส่วนกันอย่างไร

ที่เริ่มขยับก็เป็นรายของ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ที่พบว่าพรรคเล็ก 3-4 เรียกร้องขอเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยสัก 1 ตำแหน่ง หากกลุ่มนี้ได้ ก็ย่อมมีคำถามต่อไปว่า แล้วพรรคพลังท้องถิ่นไท ของ ชัชวาลย์ คงอุดม จะถูกมองข้ามได้อย่างไร ในเมื่อมีจำนวนส.ส.เพิ่มเข้ามาอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งมันก็ไม่ได้ขี้เหร่กว่าพรรคชาติพัฒนา รวมพลังประชาชาติไทย และชาติไทยพัฒนาที่มีเก้าอี้ส.ส.ไม่หนีกัน ยังได้รับปูนบำเหน็จเก้าอี้เสนาบดีกันครบถ้วน

ยังไม่นับรวมโควตาของผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจเอง หากต้องการแก้ปัญหาทางการเมืองก็อาจจะต้องยอมเจียดเก้าอี้ที่มีอยู่ในมือออกมาบ้าง แต่หากเลือกที่จะทำให้ภาพของรัฐบาลประยุทธ์ 2/2 เป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วน ก็จำเป็นที่จะต้องเล่นบทโหดโดยให้พรรคเล็กดังว่าเหล่านั้น ยอมเป็นผู้เสียสละ แน่นอนว่า คงไม่ใช่การเสียสละที่ไร้ต้นทุน เพราะการเมืองเรื่องของอำนาจสำหรับคนที่ต้องการมีเสถียรภาพ ย่อมต้องยอมลงทุนเพื่อให้ทุกอย่างสงบนิ่ง

ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลอย่างประชาธิปัตย์ก็มีข่าวออกมาเป็นระลอกเรื่องการเขี่ย 2 รัฐมนตรี จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อสลับให้กลุ่มเคลื่อนไหวภายในพรรคได้ขยับเปลี่ยนฐานะกันบ้าง หากต้องการร่วมรัฐบาลต่อไปก็ต้องยอมปรับเปลี่ยน มิเช่นนั้น คนที่เป็นผู้นำคงไม่แฮปปี้กับการที่มีฝ่ายค้านในพรรคร่วมรัฐบาล

ซีกของเพื่อไทย หลังได้เห็นการเปิดตัวและเส้นทางเดินของกลุ่มแคร์ นักการเมืองอาชีพคงเบาใจได้ในระดับหนึ่งว่า แม้จะมีการตั้งเป็นพรรคในอนาคต ก็จะไม่กระทบต่อฐานเสียงของตัวเอง เพราะแนวทางเส้นนี้มันจะไปทับซ้อนกับกลุ่มสนับสนุนพรรคก้าวไกลอย่างเห็นได้ชัด เพียงแต่ว่าจะสามารถดึงแนวร่วมคนรุ่นใหม่ ในระดับที่อดีตพรรคอนาคตใหม่เคยทำไว้ได้หรือไม่เท่านั้น เพราะภาพลักษณ์ของคนที่จะมาเดินนำนั้น ยังถูกมองว่า ที่แสดงตัวกันมาเหมาะที่จะเป็นพวกคลังสมองเสียมากกว่า

อย่าลืมว่า ความโดดเด่นของอดีตพรรคอนาคตใหม่นั้น ส่วนหนึ่งคือแกนนำอย่าง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ปิยบุตร แสงกนกกุล พรรณิการ์ วานิช ขณะที่คนรุ่นใหม่ในพรรคก็ถือว่าสามารถเรียกแรงหนุนได้ อย่าง รังสิมันต์ โรม ที่กำลังเป็นกระแสอยู่เวลานี้ ที่น่าสนใจคือ ฟากพรรคฝ่ายค้านกำลังขะมักเขม้นกับการเตรียมตัวเพื่ออนาคตของการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่พรรคแกนนำรัฐบาลยังสาละวันแก้ปัญหาภายในและต้องจัดสรรผลประโยชน์ให้ลงตัว โดยที่ประชาชนซึ่งกำลังเดือดร้อนกันแสนสาหัสได้แต่มองตาปริบ ๆ

Back to top button