“หมอยง” เบรกคนไทย! อย่าตระหนก “หวัดหมูพันธุ์ใหม่” ชี้แค่งานวิจัยจีน

"หมอยง" แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ย้ำข่าวไข้หวัดใหญ่ในฟาร์มหมู ประเทศจีน แค่งานวิจัย เบรกคนไทย อย่าตระหนก!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ผลการศึกษาวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร American journal Proceedings of the National Academy of Sciences เมื่อวันจันทร์ที่ 29 มิ.ย.ผ่านมา เปิดเผยว่าพบการระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ G4EAH1N1 ในฟาร์มหมูประเทศจีน

ล่าสุดแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาย้ำว่าไข้หวัดใหญ่ G4EAH1N1 เป็นเพียงการศึกษาวิจัยไข้หวัดใหญ่ในฟาร์มหมู ในประเทศจีน ตั้งแต่ปี 2011 ถึง 2018 และเหตุการณ์แพร่ระบาดยังไม่เกิดขึ้นในคน แต่เป็นการนำเสนอผลงานทางวิชาการเท่านั้น

“งานวิจัยนี้ศึกษาไข้หวัดใหญ่ในหมูเป็นหลัก และยังไม่มีรายงานการแพร่ระบาดของโรคนี้ในคนแต่อย่างใด และแม้ในงานวิจัยจะกล่าวว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในปัจจุบันจะใช้ไม่ได้ผลกับไวรัสสายพันธุ์นี้ แต่การพัฒนาวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ก็สามารถทำได้ง่ายเป็นเพียงเปลี่ยนสายพันธุ์ให้ตรงกับสายพันธุ์ที่มีการระบาด” ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว

ศ.นพ.ยง ได้อธิบายผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า หมูเป็นสัตว์ที่พบไข้หวัดใหญ่อยู่แล้วและมักจะไม่มีอาการ  แต่จะเป็นตัวกลางที่ผสมให้เกิดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ๆ และแพร่เชื้อเข้าสู่มนุษย์ได้ เมื่อเข้าสู่มนุษย์ถ้าเป็นสายพันธุ์ใหม่ทุกคนยังไม่เคยเป็นจึงไม่มีภูมิต้านทานก็จะเกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลกได้

สำหรับไข้หวัดใหญ่ G4EAH1N1 เป็นสายพันธุ์ลูกผสมที่พบในหมูประเทศจีน ชิ้นส่วนพันธุกรรมของไข้หวัดใหญ่จะมีทั้งหมด 8 ชิ้น จึงมีการแลกเปลี่ยนกันได้ G4 คือ genotype ที่ 4 EA คือ Eurasian avian และ H1N1 จึงเรียกเป็น G4EAH1N1 ซึ่งเป็นการผสมผสานของไวรัสไข้หวัดใหญ่ในหมูในนกและในคน เข้าเกิดเป็นสายพันธุ์ใหม่ คล้ายกับครั้งหนึ่งที่เคยมีจุดเริ่มต้นที่เม็กซิโก แล้วระบาดใหญ่ทั่วโลกเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009

อย่างไรก็ตาม ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ดังกล่าวยังไม่เกิดการระบาดจากคนสู่คน แต่เป็นเพียงการศึกษาไข้หวัดใหญ่ในหมู ในประเทศจีนตั้งแต่ปี 2011 ถึง 2018 โดยทางการจีนทำการศึกษาพบว่า สายพันธุ์ลูกผสม G4 + EA (Eurasian avian-like) + Triple reassortant คือการผสมชิ้นส่วน 3 สายพันธุ์ G4EAH1N1 ซึ่งภูมิต้านทานที่เกิดจากการฉีดวัคซีนในปัจจุบัน ยังไม่สามารถป้องกันสายพันธุ์ที่พบนี้ได้

สำหรับไข้หวัดใหญ่ในหมูมีการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอดในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา จากเดิมในอดีตไข้หวัดใหญ่ในหมู จะเป็นสายพันธุ์เดิม classical swine ต่อมามีการผสมผสานเอาชิ้นส่วนของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ Eurasian avian-like ซึ่งพบได้ตั้งแต่ก่อนปี 2010 เป็นสายพันธุ์ G1 หลังเกิดการระบาดด้วยไข้หวัดใหญ่ทั่วโลกไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ H1N1  ในปี 2009 ชิ้นส่วนพันธุกรรมของ H1N1  2009  จึงเข้าไปผสมเป็นไส้ในของไข้หวัดหมู จึงเรียกสายพันธุ์นี้ว่า G2 ส่วน G4  มีการสอดแทรกสายพันธุ์อีก 1 ชิ้น  triple-reassortant และพบมากขึ้นในช่วงระยะหลัง สายพันธุ์นี้จึงแตกต่างจาก G1 และ G2  ส่วน G 3, 5  และ 6 จะไม่ขอกล่าวในที่นี้

ศ.นพ.ยง กล่าวต่อไปว่า การทดลองในสัตว์ พบการติดต่อได้ง่ายผ่านละอองฝอยและการสัมผัสโดยตรง สัตว์ทดลองมีอาการค่อนข้างรุนแรงกว่าสายพันธุ์อื่นและยังมีการศึกษาในเซลล์เพาะเลี้ยง พบว่าไวรัสตัวนี้ติดเชื้อได้ง่ายในเซลล์เยื่อบุ

โดยสรุปก็คือว่า G4EAH1N1 สายพันธุ์นี้พบในหมูที่ประเทศจีน ในระยะหลังจนถึงปี 2018  และจากการทดลองภูมิต้านทานที่ฉีดวัคซีนประจำฤดูกาลในคน ไม่สามารถป้องกันไวรัสสายพันธุ์นี้ได้ และไวรัสสายพันธุ์นี้ยังก่อโรคในสัตว์ทดลองได้ มีอาการมากกว่าสายพันธุ์อื่น และสามารถติดต่อได้ทั้งสัมผัสโดยตรงและทางฝอยละออง

“ข่าวที่เกิดขึ้น เป็นเพียงทางการจีนเสนอผลงานทางวิชาการในวารสารที่มีชื่อเสียง PNAS (Proceedings of the National Academy of Science of the United States of America) และเป็นงานวิจัยที่ทำมายาวนานและเป็นการศึกษาแบบลึกซึ้ง เราอยากเห็นงานวิจัยแบบนี้ในบ้านเรา แต่ต้องเป็นการลงทุนที่เป็นจำนวนมากและหวังว่า คงจะไม่ถูกถามว่าทำวิจัยแบบนี้แล้วเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นไหมเพราะเป็นงานวิจัยพื้นฐาน ผมเคยถูกถามมาแล้วว่าทำแล้วขายได้หรือเปล่า” ศ.นพ.ยง กล่าว