SET สัปดาห์นี้ Sideways-Down กลยุทธ์เน้นหุ้นได้ประโยชน์บาทอ่อน ชู TU, KCE, TASCO เด่น

โบรกฯคาด SET สัปดาห์นี้ Sideways-Down แนะกลยุทธ์ลงทุน เน้นหุ้นได้ประโยชน์ค่าเงินบาทอ่อน ชูหุ้นเด่น TU, KCE และ TASCO

Weekly outlook : “Sideways-Down” ต้าน 1,370/1,386 จุด รับ 1,320/1,310 จุด

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์คาดตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ (13 – 17 ก.ค.63) ‘Sideways-Down’ โดยแรงกดดันหลักของตลาดยังคงเป็นการเกิด Second Wave ในสหรัฐฯ หลังยอดผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งขึ้นทะลุ 6 หมื่นราย 2 วัน ติดต่อกัน และยอดผู้เสียชีวิตเร่งตัวแตะ 900 รายอีกครั้ง

ซึ่งประเมินมีโอกาสที่ในอีก 1-2 สัปดาห์ น่าจะเห็นผู้ติดเชื้อรายวันสูงกว่า 8 หมื่นราย ทำให้เกิดความกังวลที่สหรัฐฯจะประกาศ Lockdown อีกครั้ง สะท้อนเศรษฐกิจสหรัฐฯในช่วง 2H20 อาจเห็นภาพการฟื้นตัวที่สะดุดลง สวนทางกับทางฝั่งเอเชีย Nomura ประเมินเศรษฐกิจเอเชียจะฟื้นตัวใน 2H20 ได้แต่มองเอเชียเหนือจะฟื้นตัวได้ดีกว่า เมื่อเทียบกับฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดียจาก 4 เหตุผลหลัก ดังนี้

  1. สถานการณ์ Covid-19 ในเอเชียเหนือควบคุมได้ดี ทำให้กิจกรรมเศรษฐกิจกลับมาดำเนินได้เทียบเท่ากับช่วงก่อน Covid-19 แต่ทางฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงเผชิญการแพร่ระบาดอย่างหนักในอินเดีย อินโดนีเซีย และฟิ ลิปปินส์ จะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ช้ากว่า
  2. นโยบายการคลังทางฝั่งอินเดีย อินโดนีเซีย และฟิ ลิปปินส์ที่ออกมาเยียวยาเศรษฐกิจ ถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับภูมิภาค บ่งชี้ถึง policy space ที่จำกัด และความกังวลต่อเครดิตของประเทศ
  3. สัดส่วนของบริษัทในกลุ่ม Technology ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่น้อยกว่าเอเชียเหนือ ซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่ได้ประโยชน์จากการระบาดของโรค Covid-19 ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขาดแรงหนุน
  4. ทางฝั่งเอเชียเหนือมีการรับมือกับผลกระทบต่อเศรษฐกิจ (knock-on effects)จากโรค Covid-19 ได้ดีกว่า โดยล่าสุด จีนเตรียมออกมาตรการผ่อนคลายทางด้านสินเชื่อ เพื่อบรรเทาการตึงตัวของตลาดสินเชื่อ

สำหรับไทย แม้ไทยจะควบคุมสถาณการณ์ Covid-19 ได้ดี แต่ภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ช้า และไทยขาดกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็น Key Driver สำคัญอย่างกลุ่ม Technology ทำให้ความน่าสนใจลดลง ประกอบกับกำไรตลาดหุ้น (EPS) ที่ถูกปรับลงอย่างต่อเนื่อง กว่า -26%YTD ถือเป็นประเทศที่ถูกปรับลด EPS มากที่สุดในเอเชีย ตอกย้ำผลประกอบการของบมจ.ได้รับผลกระทบมากกว่าภูมิภาค และน่าจะมีการฟื้นตัวที่ล่าช้ากว่าประเทศอื่นๆในเอเชียกดดัน SET ยังอยู่ช่วงปรับฐาน

ส่วนปัจจัยอื่นๆที่น่าติดตามสัปดาห์นี้ 1)การประชุม BOJ(14-15ก.ค.) และ ECB(16ก.ค.) Nomura คาดคงดอกเบี้ยแต่แนะติดตามมุมองเศรษฐกิจ 2)การประชุม JMMC หรือคณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบ (14-15ก.ค.) 3)การประชุม G20 (18-19ก.ค.)

กลยุทธ์การลงทุน: ค่าเงินบาทเริ่มอ่อนค่าระยะสั้นเป็นปัจจัยกดดัน Outflow ดังนั้นพอร์ตลงทุนเชิง Tactical คงแนะนำถือหุ้นเพียง 25% ส่วนการเก็งกำไรเน้นหุ้นได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า

หุ้นเด่นสัปดาห์นี้ : แนะนำ TU, KCE, TASCO ส่วนสัปดาห์ก่อน TASCO, TU, CPF ให้ผลตอบแทน 1.85 % ดีกว่าดัชนีฯที่ให้ผลตอบแทน -1.59 %

1) TASCO (TP26.2) : Spread ยางมะตอยอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น เป็นเป้า Upgrade

2) KCE (Trad.) : ยอดขายยานยนต์กลุ่มยูโรฟื้น + บวกค่าเงินบาทอ่อนค่าหนุน

3) TU (TP16.2) : คาดผลประกอบการไตรมาส 2 ฟื้น qq และโดดเด่น 2H20