BH เข้าห้องฉุกเฉิน.!

สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤติ..!! สำหรับบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ที่เปิดงบไตรมาส 2/2563 ออกมาเป็นรายแรกของกลุ่มโรงพยาบาล กำไรสุทธิลดฮวบฮาบเหลือแค่ 44 ล้านบาท ลดลง 93.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 725 ล้านบาท

สำนักข่าวรัชดา

สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤติ..!! สำหรับบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ที่เปิดงบไตรมาส 2/2563 ออกมาเป็นรายแรกของกลุ่มโรงพยาบาล กำไรสุทธิลดฮวบฮาบเหลือแค่ 44 ล้านบาท ลดลง 93.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 725 ล้านบาท

เรียกว่าอาการไม่ต่างจากผู้ป่วยหนักที่ต้องเข้าห้องฉุกเฉินโดยด่วน

แถมยังทำให้เซนติเมนต์หุ้นโรงพยาบาลแย่ไปด้วย โดยเฉพาะหุ้นบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ที่ถูกมองว่าจะมีชะตากรรมไม่ต่างจาก BH จึงถูกเทขายทำกำไรออกมา เพื่อลดความเสี่ยงจากผลประกอบการที่ย่ำแย่

ตัวการหลักที่ทำให้ BH กลายเป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นอิทธิฤทธิ์ของโควิดที่ทำให้การเดินทางทั่วโลกหยุดชะงัก จากมาตรการล็อกดาวน์เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาด

ส่งผลให้ลูกค้าชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของ BH ไม่สามารถบินมารักษาพยาบาลในไทยได้ทำให้รายได้จากโรงพยาบาลลดลง 43.4% อยู่ที่ 2,422 ล้านบาท แบ่งเป็น รายได้จากกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติลดลงถึง 58.9% ส่วนรายได้จากกลุ่มลูกค้าคนไทยลดลง 13.0%

ทำให้สัดส่วนลูกค้าชาวต่างชาติ ณ สิ้นไตรมาส 2/2563 อยู่ที่ 48.1% ลดลงจาก 66.2% ในไตรมาส 1/2562 ส่วนลูกค้าคนไทยมีสัดส่วนอยู่ที่ 51.9% เพิ่มขึ้นจาก 33.8% ในไตรมาส 2/2562

ที่น่าตั้งข้อสังเกตคือ จะเห็นว่ารายได้หายไป 43.4% แต่กำไรหายไปถึง 93.9% นั่นแสดงว่า BH บริหารจัดการต้นทุนยังไม่ดีพอ

โดยต้นทุนกิจการโรงพยาบาลอยู่ที่ 1,642 ล้านบาท ลดลง 34.5% ส่วนใหญ่มาจากค่าธรรมเนียมแพทย์ลดลง 427 ล้านบาท ต้นทุนสินค้าลดลง 195 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายพนักงานลดลง 185 ล้านบาท

ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 39.3% อยู่ที่ 70 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 11.6% อยู่ที่ 725 ล้านบาท

จึงทำให้กำไร BH วูบหนักอย่างที่เห็น แซงหน้ารายได้ไปหลายช่วงตัว

ส่งผลให้ครึ่งปีแรก BH มีกำไรสุทธิ 810 ล้านบาท ลดลง 55.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,806 ล้านบาท และมีรายได้จากโรงพยาบาล 6,531 ล้านบาท ลดลง 27.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากโรงพยาบาล 8,929 ล้านบาท

ถ้าสถานการณ์โควิดยังไม่ดีขึ้น หลาย ๆ ประเทศต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ต่อไปเรื่อย ๆ ไตรมาส 3 ก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย แม้จะไม่แย่เหมือนไตรมาส 2 ก็ตาม

เท่ากับว่า ปีนี้ BH จะประสบปัญหา “กำไรติดล็อกดาวน์” ไปโดยปริยาย

ถือเป็นฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนนักลงทุนในปีนี้..!!

ที่น่าห่วง อาจทำให้ราคาหุ้น BH มีโอกาสต่ำร้อยได้น่ะสินี่ตั้งแต่ต้นปีมา ราคาก็ปรับลดไปแล้วกว่า 30% โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 7 .. ปิดตลาดที่ระดับ 109 บาท ส่วนมาร์เก็ตแคปหายไปราว 20,000 ล้านบาท เหลือแค่ 86,000 ล้านบาทเท่านั้น

ทว่าแม้กำไรหด แต่ BH ยังใจดีจ่ายปันผลงวดครึ่งปีตั้ง 1.15 บาท

คงช่วยเปลี่ยนจาก “คราบน้ำตา” ของผู้ถือหุ้นให้เป็น “รอยยิ้ม” ได้บ้างละน่า

อิ อิ อิ