SINGER กำไรมหึมา! (สัญญาณเฉิดฉายต่อ)

SINGER แจงผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2563 ออกมาโดดเด่นสวนทางการแพร่ระบาดโควิด-19 กดดัน ซึ่งทำสถิติใหม่ในรอบ 23 ปี และเป็นตามนักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

คุณค่าบริษัท

บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER แจงผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2563 ออกมาโดดเด่นสวนทางการแพร่ระบาดโควิด-19 กดดัน ซึ่งทำสถิติใหม่ในรอบ 23 ปี และเป็นตามนักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าว่ากำไรจะออกมาโดดเด่น

ทาง SINGER แจงผลการดำเนินงานไตรมาส 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 บริษัทมีรายได้รวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 918.84 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 681.06 ล้านบาท เป็นผลจากรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นการขายเครื่องปรับอากาศ ตู้แช่ ทีวี และตู้เย็น เพิ่มขึ้น ที่สำคัญมีดอกเบี้ยรับจากสัญญาเช่าซื้อและเงินให้กู้ยืมเพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขยับขึ้นมาอยู่ที่ 115.01 ล้านบาท หรือ 0.29 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 52.50 ล้านบาท หรือ 0.14 บาทต่อหุ้น

ทั้งนี้ ส่งผลให้ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 บริษัทมีรายได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1,721.92 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 1,284.41 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขยับขึ้นมาอยู่ที่ 225.05 ล้านบาท หรือ 0.50 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 89.07 ล้านบาท หรือ 0.29 บาทต่อหุ้น สำหรับการเติบโตก้าวกระโดดรอบนี้สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของบริษัทในการดำเนินธุรกิจ

ขณะเดียวกัน เมื่อผลประกอบการออกมาสดใส บริษัทจึงมีการประกาศจ่ายปันผลในรอบ 3 ปี ซึ่งรอบนี้บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรสะสม ตามมติการประชุมคณะกรรมการบริษัท ณ วันที่ 10 สิงหาคม 2563 ด้วยอัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสด 0.10 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) คือวันที่ 24 สิงหาคม 2563 ส่วนวันที่จ่ายปันผลคือวันที่ 9 กันยายน 2563

ส่วนในช่วงที่เหลือของปี 2563 (ครึ่งปีหลัง) ทางนักวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ประเมินว่าบริษัทจะยังรักษาโมเมนตัมกำไรที่ 100 ล้านบาทต่อไตรมาส มากกว่า +100% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ไว้ได้ในไตรมาส 3 ปี 2563 และไตรมาส 4 ปี 2563 จากประเด็นแรก การเติบโตของยอดขายที่ไม่น้อยไปกว่าไตรมาส 1 ปี 2563 จากจำนวนทีมขายที่เพิ่มขึ้นจาก 1.3 เป็น 1.8 พันคน นับแต่ต้นปี พบว่ายอดขายยังทรงตัวได้เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ในเดือน ก.ค. หลังเปิดเมือง

ประเด็นต่อมา การเติบโตของสินเชื่อ C4C 200 ล้านบาทต่อเดือน +15-20% จากไตรมาสก่อนหน้า ทั้งนี้ ไม่กังวลต่อผลกระทบจากการปรับลดเพดานฯ และการแข่งขันที่สูงขึ้น เพราะปัจจุบันดอกเบี้ยธุรกิจ C4C ต่ำกว่าเพดานมาก และใกล้เคียงกับธ.ออมสินที่ 16% ขณะที่เน้นคนละกลุ่มเป้าหมาย โดยบริษัทอิงกลุ่มผู้ประกอบการ (Fleet) ที่มีกระแสเงินสดดำเนินงานเป็นหลัก กลับมองเป็นโอกาสที่ SINGER ชิงส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อได้เพิ่มขึ้นจากคู่แข่งที่ปัจจุบันดอกเบี้ยสูงกว่า 20%

ดังนั้น ด้วยปัจจัยบวกข้างต้นยังคงเป้าหมายกำไรสุทธิปีนี้อย่างโดดเด่นเท่ากับ 405 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 144% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

พร้อมกับประเมินราคาเหมาะสมปี 2563 เท่ากับ 17.70 บาท/หุ้น แนะนำ “ซื้อ”

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) 121,499,820 หุ้น 30.26%
  2. น.ส.กุลิสรา การะ 19,973,200 หุ้น 4.97%
  3. นายจิตติพร จันทรัช 17,000,000 หุ้น 4.23%
  4. นายชัยรัตน์ โกวิทจินดาชัย 17,000,000 หุ้น 4.23%
  5. นายเชาว์ การะ 15,120,000 หุ้น 3.77%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานกรรมการ
  2. นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่, กรรมการ
  3. นางนงลักษณ์ ลักษณะโภคิน กรรมการ
  4. นายปิยะ พงษ์อัชฌา กรรมการ
  5. นายวรยศ ทองตัน กรรมการ