7 หุ้นราคาต่ำในรอบ 5 ปี

ข้อมูลที่ “โมนิก้า” อยากเม้าท์ถึงมากสุดคือ หุ้นที่มีราคาต่ำสุดในรอบ 5 ปี ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบกับช่วงที่ดัชนีขึ้นมายืนบริเวณ 1,500 จุดเหมือนกัน


ข้อมูลที่ “โมนิก้า” อยากเม้าท์ถึงมากสุดคือ หุ้นที่มีราคาต่ำสุดในรอบ 5 ปี ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบกับช่วงที่ดัชนีขึ้นมายืนบริเวณ 1,500 จุดเหมือนกัน และสาเหตุที่ทำให้อีฉันอยากเม้าท์ถึงประเด็นตรงนี้มากสุด ล้วนเป็นผลมาจากผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา ก็ไม่ได้แย่จนต้องขายหุ้นหนีตายซะเมื่อไหร่! ขณะเดียวกันก็เชื่อว่า ผลงานไตรมาส 1 ยังอยู่ในร่องในรอยแบบนี้..น่าสนใจไหมล่ะคะ

โดยเฉพาะในรายของ TQM ที่ราคาหุ้นวันนี้ยืนปิดในระดับ 14.30 บาท บวกไป 0.40 บาท และเป็นการเทรดบน PE 11 เท่า อีฉันถือเป็นระดับที่ต่ำเกินไปสำหรับหุ้นที่มีของแถมเป็นเงินปันผลตอบแทนที่ระดับ 7% แถมเมื่อย้อนกลับไปดูราคาในวันนั้นที่ยืนอยู่ในระดับ 127 บาท ย่อมเป็นจุดที่ทำให้มั่นใจว่า หุ้นตัวนี้เหมาะต่อการทยอยสะสมอย่างแน่นอน เพราะหุ้นควรจะปรับตัวขึ้นมากกว่าปรับตัวลงนะซี

เช่นเดียวกับในรายของ SINGER ที่วันนี้อยู่ในวงรอบคัมแบ็กทางธุรกิจ เพราะทำความสะอาดหลังบ้านเสร็จหมดแล้ว และตอนนี้เหลือแค่รอเทคออฟทางธุรกิจอย่างเป็นทางการ อีฉันจึงอยากให้ขาลุยประเมินการยืนปิดของหุ้นในวันนี้ที่ระดับราคา 4.98 บาท เทียบกับราคาในวันนั้นที่ระดับ 43 บาท โดยมีเรื่องของบุ๊กแวลูที่ระดับ 16 บาทเป็นอีกหนึ่งตัวแปรแบบนี้ น่าสนใจไหมเอ่ย!

เหมือนกับในรายของ NCAP ที่ไม่หลงเหลือความยิ่งใหญ่ให้เห็นอีกต่อไป ทั้งที่ผลการดำเนินงานในแต่ละปีทำกำไรปีละประมาณ 240 ล้านบาท ขณะที่ปีที่ผ่านมาทำกำไรสูงถึง 555 ล้านบาท “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักเล่นประเมินราคาในวันนี้ที่ยืนในระดับ 2.24 บาท เทียบกับราคาในวันนั้นที่หุ้นยืนปิดที่บริเวณ 14.20 บาท โดยมีบุ๊กแวลูอยู่ที่ระดับ 3.88 บาท ก็จะเห็นว่า หุ้นตัวนี้มีความเสี่ยงต่ำใช่ไหม?..เหตุไฉนถึงไม่มีคนเล่นเจ้าคะ

ส่วนรายที่ตัวอีฉันเข้าใจได้ว่า ไม่มีคนกล้าเล่นอย่างหุ้น DOHOME น่าจะเป็นผลมาจากความกังวลเรื่องกำลังซื้อลดลง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ดำเนินมา 2 ปีกว่า ๆ แต่กำไรไม่ได้ลดฮวบฮาบจนน่าตกใจ “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักเล่นเปรียบเทียบราคาวันนี้ที่ยืนในระดับ 3.44 บาท ท่ามกลางค่า PE 20 เท่า เทียบกับราคาวันนั้นที่ยืนในระดับ 24.90 บาท คุณ ๆ ท่าน ๆ คิดว่า ราคาวันนี้น่าทยอยสะสมไหมจ๊ะ

ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น RBF ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบส่วนผสมอาหาร ไม่ว่าจะเป็นแต่งกลิ่น-รส-สี, แป้งทอดกรอบ, เกล็ดขนมปัง, ซอสปรุงรส และอาหารแช่แข็ง เพื่อชี้ให้เห็นตัวเลขกำไรยังไปได้ดี แต่ราคาหุ้นวันนี้ยืนแค่ระดับ 3.90 บาท พ่วงด้วยอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ระดับ 5% เทียบกับราคาในวันนั้นที่ระดับ 19.50 บาท มันเป็นจังหวะที่น่าเก็บไหมล่ะตัวเอง

ส่วนรายที่เริ่มขึ้นอย่างจริง หลังจากร่วงมานาน “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้นถุงมือยาง STGT เพื่อชี้ให้เห็นการยืนปิดในวันนี้ที่ระดับราคา 10.30 บาท พร้อมกับความหวังที่ว่า ปีนี้จะกลับมามีกำไรอย่างแข็งแกร่ง ถือเป็นช็อตที่น่าตามไปดูอีกเช่นกัน เพราะเมื่อ 5 ปีก่อนที่เป็นยุคเฟื่องฟูของถุงมือยาง บริษัทนี้ทำกำไรถึง 2.80 หมื่นล้าน และเคยยืนในระดับ 43 บาท จึงเกิดคำถามว่า ปันผลที่ให้ในระดับ 5% หลายปี ทำให้ราคานี้น่าเล่นไหมจ๊ะ

สถานการณ์ข้างต้นทำให้ SSP กลายเป็นหุ้นที่อีฉันต้องหยิบยกขึ้นมาเม้าท์ เพราะเมื่อดูราคาวันนี้ยืนอยู่ที่ระดับ 4.18 บาท ซึ่งป็นการเทรดบน PE 9.50 เท่า และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ระดับ 5% ย่อมเป็นหุ้นที่ “โมนิก้า” ให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ และเมื่อเทียบกับราคาหุ้นในวันนั้นที่ยืนในระดับ 15.30 บาท ก็เป็นเรื่องที่ท้าทายผู้บริหารต้องเร่งทำผลงานให้กลับมาดีเหมือน 5 ปีก่อนนะตัวเอง

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button