SCBAM ควักกว่า 79 ล้านบาท ปันผล 2 กองทุน

บลจ.ไทยพาณิชย์ ควักกว่า 79 ล้านบาท ปันผล 2 กองทุน มองบวกตลาดหุ้น ตปท.-จีน จากแนวโน้มเศรษฐกิจฟื้นต่อเนื่อง

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) เปิดเผยว่า  บริษัทยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยมองว่าในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก สร้างความกังวลให้นักลงทุนถึงผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน

นอกจากนี้ ยังส่งผลให้นักลงทุนส่วนใหญ่ลดน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง และสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำอย่างรวดเร็วเพื่อถือครองเงินสด เป็นสาเหตุให้ตลาดหุ้นโลกปรับตัวลงอย่างรุนแรงในช่วงเดือนมีนาคม โดยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและหุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวลดลงมากกว่าตลาดเนื่องจากเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม มาตรการ Lockdown ควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส ได้ส่งผลให้มีความต้องการในการสื่อสารผ่านเทคโนโลยีทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์แอปพลิเคชัน รวมถึงการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วซึ่งส่งผลให้เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มดังกล่าว นอกจากนี้ หุ้นกลุ่ม Healthcare ก็เป็นอีกกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากความคาดหวังถึงการคิดค้นวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19

ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือน เม.ย.เป็นต้นมาตลาดหุ้นได้เริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างค่อยไปเป็นค่อยไป โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักมาจากนโยบายการเงินและการคลังที่ถูกประกาศใช้อย่างต่อเนื่องในหลายประเทศเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและประคับประคองเศรษฐกิจ อีกทั้งแนวโน้มจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ในหลายประเทศที่เพิ่มขึ้นในอัตราลดลง ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาดำเนินได้ตามปกติคลายความกังวลของนักลงทุนได้บางส่วน รวมถึงผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ปรับตัวลดลงน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนเริ่มกลับมาเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง

สำหรับมุมมองในตลาดหุ้นจีนนั้น ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจของประเทศจีนในไตรมาส 1/63 ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ส่งให้เศรษฐกิจหดตัว -9.8% QoQ จากการปิดเมืองยาวนานกว่า 2 เดือน แต่เศรษฐกิจจีนกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 2/63 โดยขยายตัว 11.5% QoQ จากการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศภายหลังการเปิดเมือง

ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งนโยบายการเงิน ได้แก่ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่าง ๆ (Reverse repo rate, MLF rate, LPR rate) การอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบธนาคาร การผ่อนคลายการปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจขยายกลางขนาดเล็ก (SMEs) และนโยบายการคลัง ได้แก่ การเพิ่มเพดานการกู้เงินของภาครัฐผ่านการออกพันธบัตรรัฐบาลท้องถิ่น การยกเว้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ บางรายการเพื่อช่วยเหลือผู้นำเข้า และการปรับลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

ในระยะถัดไปคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะยังมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเห็นสัญญาณในเดือน ก.ค.63 จากดัชนีชี้นำภาคการผลิต (PMI manufacturing) ที่ระดับ 52.8 จุด และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจนอกภาคการผลิต (PMI Non-manufacturing) ที่ระดับ 54.2 จุด ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ขยายตัวทั้งสองดัชนี อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงที่ต้องจับตาคือความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน

ทั้งนี้บริษัทได้จ่ายเงินปันผลกว่า 79 ล้านบาท สำหรับ 2 กองทุนให้กับผู้ถือหน่วยพร้อมกันในวันที่ 25 ส.ค.63 ที่ผ่านมา ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอล อิควิตี้ (SCBGEQ) สำหรับงวดผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 ก.พ.63-31 ก.ค.63 และกำไรสะสม โดยกองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว คือ กองทุน Veritas Global Focus (กองทุนหลัก) ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นทั่วโลก ซึ่งได้กำหนดจ่ายปันผลในอัตรา 0.3005 บาทต่อหน่วย นับเป็นครั้งที่ 12 รวมจ่ายปันผล 2.6745 บาทต่อหน่วย (นับจากจัดตั้งกองทุนเมื่อ 14 ก.พ. 2556) โดยกองทุนนี้จัดเป็นกองทุน 4 ดาว ประเภท Thailand Fund Global Equity ของมอร์นิ่งสตาร์ (ณ วันที่ 31 ก.ค.63)

ส่วนอีกกองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นจีนเอแชร์ (SCBCHA) สำหรับงวดผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 ก.พ.63-31 ก.ค.63 เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว คือ ChinaAMC CSI 300 Index ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งมีนโยบายลงทุนให้มีผลการดำเนินงานและความเสี่ยงใกล้เคียงกับดัชนี CSI 300 มากที่สุด โดยกำหนดจ่ายปันผลในอัตรา 0.1621 บาทต่อหน่วย นับเป็นครั้งที่ 7 รวมจ่ายปันผล 0.7620 บาทต่อหน่วย (นับจากจัดตั้งกองทุนเมื่อ 13 ก.พ.58)