ขบวนการอุ้ม EARTH โผล่! อ้างเป็นตัวแทนผถห. ร้องสอบ KTB-ก.ล.ต.-ตลาด ทำเจ๊งหุ้น

นายสิทธิชัย เจิดอำไพ ในฐานะตัวแทนผู้ถือหุ้นสามัญ บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) หรือ EARTH เปิดเผยว่า วันนี้ (31 ส.ค.63) ได้เป็นตัวแทนกลุ่มผู้ถือหุ้นสามัญ EATRH กว่า 16,000 ราย และตัวแทนผู้ถือวอร์แรนท์อีกกว่า 5,000 ราย เข้ายื่นเอกสารร้องเรียนแก่ประธานคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อได้โปรดพิจารณาดำเนินการตรวจสอบและหาข้อเท็จจริงในการกระทำความผิดของ ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB พร้อมทั้ง สำนักงานงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)  และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในประเด็นดังต่อไปนี้

1.ร้องเรียนการกระทำความผิดของธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB กรณีธนาคารตัดวงเงินสินเชื่ออย่างกระทันหันโดยปราศจากเหตุผล โดยมีเจตนาไม่สุจริต ซึ่งในขณะนั้นบริษัทฯไม่เคยผิดชำระธนาคารกรุงไทย หรือชำระล่าช้าแม้แต่ครั้งเดียว เป็นเหตุทำให้บริษัทฯได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง

2.ร้องเรียนการกระทำความผิดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยการเลือกปฏิบัติในการออกข่าวเตือนนักลงทุนก่อนมีการซื้อขายหุ้นสามัญของบริษัทฯ ชั่วคราว ในช่วงวันที่ 1-31 กรกฎาคม 2562 โดยมีเจตนาออกข่าวเตือนเพียงบริษัทฯ แห่งเดียว ทั้งที่การซื้อขายชั่วคราวในช่วงเวลาดังกล่าว ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีประกาศแจ้งให้มีการซื้อขายจำนวนทั้งสิ้น 15 บริษัท ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทฯ ลดลงต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลทำให้ผู้ถือหุ้นและผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิผู้ถือหุ้นได้รับความเสียหายในวงกว้าง ประกอบกับการออกมาเตือนดังกล่าวเป็นการนำข้อมูลที่ได้มาโดยมิชอบ ซึ่งเป็นข้อมูลที่บริษัทฯ ไม่ได้มีการรับรองและไม่ได้มีการนำส่งให้ ก.ล.ต.แต่อย่างใด ถือว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ให้ร้ายต่อบริษัทฯ ในเชิงลบ

3.ร้องเรียนการกระทำความผิดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กรณีกระทำความเสียหายต่อนักลงทุนในวงกว้าง โดยการเลือกปฏิบัติในการเพิกถอนหุ้นสามัญของบริษัทฯ จากการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพียงบริษัทเดียว (วันดังกล่าวมีอีก 2 บริษัทที่ยังไม่ได้ส่งงบการเงิน) จากเหตุส่งงบการเงินล่าช้า นอกจากนี้ตลท.ยังได้ส่งหนังสือสั่งให้เพิกถอนในวันรุ่งขึ้นหลักงจากการซื้อขายชั่วคราวระหว่างวันที่ 1-31 กรกฎาคม 2562 โดยไม่ได้มีการเปิดเผยต่อสาธารณะชน จึงทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาการยื่นอุทธรณ์คำสั่งได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งไม่แน่ใจว่าได้ส่งเอกสารเพิกถอนให้แก่บริษัทจดทะเบียนอื่นที่ได้มีการซื้อขายชั่วคราวด้วยหรือไม่

นอกจากนี้ การสั่งเพิกถอนมีการออกคำสั่ง 2 ครั้ง แต่แจ้งต่อสาธารณะชนเพียง 1 ฉบับ จึงเป็นเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ต่อบริษัทฯ และเป็นเหตุให้ผู้ถือหุ้นสามัญ และผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญได้รับความเสียหายจากการต้องซื้อขาย 7 วันสุดท้ายก่อนการเพิกถอนออกจากตลาดฯ ตามคำสั่งของ ตลท.เนื่องจากราคาหุ้นลดลงอย่างรุนแรง และปัจจุบันใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญได้หมดอายุไม่สามารถแปลงเป็นหุ้นสามัญได้ และหุ้นสามัญถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่สามารถซื้อขายได้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวของ ตลท.เป็นการกระทำความผิดโดยเลือกปฎิบัติอย่างชัดเจน

อีกทั้ง ร้องขอให้คณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค ตรวจสอบความคืบหน้าของคดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่มีการกล่าวให้ร้ายต่อบริษัทฯ โดยธนาคารกรุงไทย และ ก.ล.ต. ในเรื่องการปลอมเอกสารนำเข้าถ่านหิน (B/L) และสร้างหนี้เทียม 26,000 ล้านบาท แต่ผ่านมา 3 ปี ยังไม่พบความผิดตามที่กล่าวหาใดๆ

“กลุ่มผู้ถือหุ้น EARTH เห็นว่า ความผิดของบริษัทฯ ที่ถูกกล่าวหาจากทั้ง 3 องค์กรเป็นเพียงข้อกล่าวหาเท่านั้น แต่ได้สร้างความเสียหายให้แก่ ธุรกิจของบริษัทฯ,ผู้ถือหุ้นสามัญ,ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญ และผู้ถือหุ้นกู้ในวงกว้าง จึงได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อโปรดพิจารณาและดำเนินการตรวจสอบ และหาข้อเท็จจริงในการกระทำความผิดของทั้ง 3 องค์กร ซึ่งได้ทำตามกระบวนการโดยผ่านรัฐสภา เพื่อให้เกิดความยุติธรรม เนื่องจากเห็นว่าที่ผ่านมากลุ่มผู้บริหารมีความสามารถผลักดันธุรกิจให้เติบโตได้อย่างมีศักยภาพ เห็นได้จากผลการดำเนินงานทั้งยอดขายและกำไรโตต่อเนื่องทุกปี  และสามารถจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้อย่างสม่ำเสมอ  ขณะนี้กรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภคได้รับเรื่องให้มีกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว”

คำค้น