TPLAS สดใสยาว

มีการประเมินว่าภาพรวมในอีก 5 ปีข้างหน้า (ช่วงปี 2563-2567) ของ TPLAS รายได้รวมมีโอกาสปรับขึ้นแตะระดับ 1 พันล้านบาท

คุณค่าบริษัท

อนาคตพร้อมสดใส สำหรับบริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน) หรือ TPLAS เพราะมีการประเมินว่าภาพรวมในอีก 5 ปีข้างหน้า (ช่วงปี 2563-2567) รายได้รวมมีโอกาสปรับขึ้นแตะระดับ 1 พันล้านบาท หลังปรับสัดส่วนรายได้บรรจุภัณฑ์กระดาษสำหรับบรรจุอาหาร และกลุ่มถุงพาสติกและฟิล์มอาหารอยู่ในระดับ 50%:50% จากปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากบรรจุภัณฑ์ถุงพลาสติกอยู่ที่ 88.47% และบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษอยู่ที่ 0.59%

ทั้งนี้ หลังจากที่บริษัทเจาะสินค้าบรรจุภัณฑ์ประเภทกล่องอาหารกระดาษ ภายใต้ตราสินค้า “B-LEAF” ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 จนถึงปัจจุบัน ถือว่าได้กระแสตอบรับจากกลุ่มผู้บริโภคดีเกินกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากสินค้าประเภทดังกล่าวสามารถทดแทนบรรจุภัณฑ์อาหารประเภทกล่องโฟม ขณะเดียวกันบริษัทยังสามารถขยายฐานไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ อาทิ กลุ่มเบเกอรี่ รวมถึงกลุ่มร้านขนมต่าง ๆ ซึ่งให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์เป็นพิเศษ

เนื่องจากอุตสาหกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ รูปแบบกล่องบรรจุอาหาร และบรรจุภัณฑ์พลาสติก รูปแบบถุงอาหาร เชื่อว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 มีแนวโน้มการฟื้นตัวรวดเร็วมากขึ้นจากประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น หากรัฐบาลออกนโยบายการกระตุ้นอย่างต่อเนื่องจึงทำให้เกิดความมั่นใจ

นอกจากนี้บริษัทได้เตรียมดำเนินการติดตั้งเครื่องจักรเพิ่มเติมอีก 3 เครื่อง โดยคาดว่าประมาณเดือนตุลาคมนี้จะดำเนินการแล้วเสร็จ ซึ่งจะทำให้สายการผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มสินค้าบรรจุภัณฑ์กระดาษสำหรับบรรจุอาหาร ซึ่งจัดจำหน่ายภายใต้ตราสินค้า “B-LEAF” มีกำลังผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านกล่อง จากปัจจุบันผลิตกล่องบรรจุอาหารอยู่ที่ 500,000 กล่องในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันบริษัทยังมีแผนการศึกษาตลาดด้านการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษในรูปแบบ จาน ถ้วย เพื่อเข้ามาต่อยอดตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นในอนาคต

ส่วนผลการดำเนินงานที่ผ่านมา อย่างผลการดำเนินงานไตรมาส 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 115.10 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 126.21 ล้านบาท ทั้งนี้ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 9.47 ล้านบาท หรือ 0.035 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 4.64 ล้านบาท หรือ 0.017 บาทต่อหุ้น โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนขายที่ลดลง เนื่องจากราคาวัตถุดิบเฉลี่ย (เม็ดพลาสติก) ปรับตัวลดลง ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวลดลง จึงส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทเพิ่มขึ้นดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น

ในส่วนผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 225.42 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 264.17 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 15.57 ล้านบาท หรือ 0.058 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 15.23 ล้านบาท หรือ 0.056 บาทต่อหุ้น สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทรักษาผลกำไรได้เป็นอย่างดีด้วยการควบคุมต้นทุนเป็นอย่างดี

ดังนั้น หลังจากมีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนธุรกิจมาเน้นสิ่งที่ต้องการของกลุ่มบริโภค ก็จะทำให้ TPLAS จะยังเติบโตในอนาคต

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. นายธีระชัย ธีระรุจินนท์ 160,080,000 หุ้น 59.29%
  2. นางดลนภา เจียมกนก 8,050,000 หุ้น 2.98%
  3. นางศรีสุมล แตงน้อย 8,050,000 หุ้น 2.98%
  4. นายสงวน ธีระรุจินนท์ 8,000,000 หุ้น 2.96%
  5. นางเพ็ญ ธีระรุจินนท์ 8,000,000 หุ้น 2.96%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายมนตรี โสคติยานุรักษ์ ประธานกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ
  2. นายธีระชัย ธีระรุจินนท์ ประธานกรรมการบริหาร, กรรมการผู้จัดการ, กรรมการ
  3. นางพูนสิน ธีระรุจินนท์ กรรมการ
  4. นางพัชรี ฉัตรแก้วบริบูรณ์ กรรมการ
  5. นางดลนภา เจียมกนก กรรมการ