Ant Group หุ้นไอพีโอมดยักษ์

ปลายปีที่ผ่านมา Saudi Aramco ยักษ์ใหญ่บริษัทน้ำมันแห่งชาติซาอุดีอาระเบีย เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ซาอุดีอาระเบีย ด้วยมูลค่าระดมทุนกว่า 29,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 882,000 ล้านบาท กลายเป็นหุ้นไอพีโอ ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก ทำลายสถิติของ “อาลีบาบา” ยักษ์ใหญ่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ประเทศจีน เคยทำสถิติไอพีโอสูงสุดเกือบ 800,000 ล้านบาท และเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อปี 2557

พลวัตปี 2020 : สุภชัย ปกป้อง

ปลายปีที่ผ่านมา Saudi Aramco ยักษ์ใหญ่บริษัทน้ำมันแห่งชาติซาอุดีอาระเบีย เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ซาอุดีอาระเบีย ด้วยมูลค่าระดมทุนกว่า 29,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 882,000 ล้านบาท กลายเป็นหุ้นไอพีโอ ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก ทำลายสถิติของ “อาลีบาบา” ยักษ์ใหญ่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ประเทศจีน เคยทำสถิติไอพีโอสูงสุดเกือบ 800,000 ล้านบาท และเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อปี 2557

ปีนี้ Ant Group (เดิมชื่อ Ant Financial) บริษัทแม่ของแพลตฟอร์มจ่ายเงินอย่าง Alipay สตาร์ตอัพฟินเทคในเครือ Alibaba ของแจ็ค หม่า มหาเศรษฐีโลก กลับมาทวงบัลลังก์แชมป์หุ้นไอพีโอที่มีมูลค่าสูงสุดของโลก ด้วยการระดมทุนกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือกว่า 900,000 ล้านบาท และโค่นแชมป์อย่าง Saudi Aramco ทันที

โดย Ant Group เตรียมเสนอขายหุ้นครั้งแรก (IPO) ในตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมกัน 2 แห่งคือตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ประเทศจีน มีการประเมินมูลค่า Ant Group อยู่ที่ประมาณ 4.7 ล้านล้านบาท และหลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมีมูลค่าตลาด (Market Capital) สูงถึง 6.3 ล้านล้านบาท

ตัวเลขผลประกอบการปี 2562 มีรายได้ 542,000 ล้านบาทกำไรสุทธิ 77,000 ล้านบาท มีผู้ใช้งานในประเทศจีนกว่า 900 ล้านคน โดย Alibaba ถือหุ้นสัดส่วนประมาณ 33% โดยที่ปรึกษาทางการเงินหลักที่นำ Ant Group เข้าตลาดหุ้นฮ่องกงคือ CICC, Citi, JPMorgan และ Morgan Stanley ส่วนตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ คือ CICC และ China Securities

สำหรับธุรกิจหลัก Ant Group คือ ระบบกระเป๋าเงินดิจิทัลและระบบชำระเงินออนไลน์ที่นิยมในประเทศจีน เริ่มแจ้งเกิดช่วงปี 2004 เป็นระบบชำระเงินค่าสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้แพลตฟอร์มของ Alibaba จากนั้นปี 2008 สามารถขยายตัวสู่การชำระค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ผ่านช่องทางออนไลน์

พร้อมกับเปิดให้บริการชำระค่าบริการต่าง ๆ รูปแบบ Mobile Payment อย่างเป็นทางการช่วงปี 2009 โดยแยกตัวออกมาจาก Alibaba ช่วงปี 2010 แล้วตั้งชื่อว่า Ant Financial Group ก่อนมาเปลี่ยนชื่อเป็น Ant Group เมื่อช่วงปลายเดือนพ.ค. 63 ที่ผ่านมา

โดย Ant Group ไม่ได้ดูแลเพียงแค่บริการ Alipay แต่ทำธุรกิจอื่น ๆ ด้วย เช่น การให้สินเชื่อ, ให้บริการแพลตฟอร์ม Wealth Management พร้อมร่วมทุนและเป็นพาร์ตเนอร์กับสตาร์ตอัพ และบริษัทเทคโนโลยีทางการเงินทั่วโลก เช่น Paytm ผู้ให้บริการชำระเงินออนไลน์รายใหญ่ ประเทศอินเดีย, KakaoPay ผู้ให้บริการชำระเงินออนไลน์ ประเทศเกาหลีใต้ และ Ascend Money บริษัท Fintech กลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ ประเทศไทย

สำหรับเป้าหมายการเข้าตลาดหลักทรัพย์ของ Ant Group เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมบริการแบบดิจิทัล ประเทศจีนให้เติบโตอย่างรวดเร็ว วางจุดยืนในฐานะผู้พัฒนาตลาด (ฟินเทคและแพลตฟอร์มด้านการเงิน) ระดับโลก ร่วมกับพาร์ตเนอร์ ลงทุนเพิ่มเติมในเทคโนโลยีนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง และช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กและผู้บริโภคสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างเท่าเทียม

Eric Jing ประธานบอร์ดบริหาร Ant Group ระบุว่า “ตลาดหุ้นฮ่องกงและตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ ได้เปิดประตูต้อนรับนักลงทุนทั่วโลก เข้าถึงบริษัทที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อให้บริษัทเหล่านั้นสามารถเข้าถึงตลาดทุนมากขึ้น”

ทว่า..ปัญหาสงครามการค้าระหว่าง “สหรัฐฯ กับจีน” และทัศนคติที่ไม่สู้ดีนักต่อตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก จากเหล่าผู้ประกอบการจีน ที่บริษัทจดทะเบียนถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เสียโอกาสมี “หุ้นไอพีโอใหญ่สุดของโลก” ไปอย่างน่าเสียดาย..!!