ลุ้น SET รีบาวด์ตามตปท. เกาะติดมาตรการเยียวยาศก.สหรัฐ

ลุ้น SET รีบาวด์ตามตปท. เกาะติดมาตรการเยียวยาศก.สหรัฐ

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะปรับตัวขึ้นตามตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ต่างเคลื่อนไหวในแดนบวกกัน เช่นเดียวกับดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส์ที่เช้านี้บวกกว่า 200 จุด และสินทรัพย์เสี่ยงต่างปรับตัวขึ้นกันทั่วหน้า ตอบรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาการดีขึ้นหลังติดเชื้อไวรัสโควิด-19  ทำให้น่าจะมีแรงซื้อกลับหุ้นในกลุ่มพลังงาน และกลุ่มปิโตรเคมี

ทั้งนี้ ค่าการกลั่นก็ได้ปรับตัวขึ้นมาสูงสุดในรอบราว 6 เดือนครึ่ง มาอยู่ที่ 1.96 เหรียญ/บาร์เรล และดัชนีค่าระวาง BDI ก็ขึ้นมาทำ New high ในรอบ 1 ปี แต่ปกติไตรมาส 3/63 จะเป็นช่วง High season ฤดูกาลของธุรกิจอยู่แล้วดังนั้นจึงต้องระวัง ซึ่งมาจากความคาดหวังสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จะดีขึ้น และความต้องการจะกลับมา

นอกจากนี้ ให้ติดตามมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และในประเทศรอดูรมว.คลังคนใหม่ที่จะประกาศได้ในเร็ว ๆ นี้ จะสร้างความเชื่อมั่นได้มากแค่ไหน รวมถึงติดตามการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) ซึ่งอาจมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม โดยอาจเป็น”ชิม ช็อป ใช้” เป็นต้น

พร้อมให้แนวรับ 1,231 จุด ส่วนแนวต้าน 1,250 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (2 ต.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,682.81 จุด ลดลง 134.09 จุด (-0.48%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,348.42 จุด ลดลง 32.38 จุด (-0.96%) และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,075.02 จุด ลดลง 251.49 จุด (-2.22%)

– ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 224.38 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 580.34 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน เพิ่มขึ้น 52.27 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 2.66 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 16.80 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 0.78 จุด

ส่วนตลาดหุ้นจีน ปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันชาติ

– ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (2 ต.ค.63) 1,237.54 จุด ลดลง 10.05 จุด (-0.81%)

– นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 204.96 ล้านบาท เมื่อวันที่ 2 ต.ค.63

– ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน พ.ย.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (2 ต.ค.63) ปิดที่ 37.05 ดอลลาร์/บาร์เรล ร่วงลง 1.67 ดอลลาร์ หรือ 4.3%

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (2 ต.ค.) อยู่ที่ 1.96 ดอลลาร์/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 31.51/53 แนวโน้มแกว่งกรอบแคบ จับตาตัวเลขเงินเฟ้อไทยวันนี้

– สธ.เร่งหารือท่องเที่ยวภายในต.ค.นี้ วางกรอบแนวปฏิบัติ “ทราเวลบับเบิล” ย้ำต้องจัดระบบรองรับ ให้พร้อม 3 ส่วน “ภาคสาธารณสุข-ผู้ประกอบการ-ประชาสังคม” แย้มเปิดรับเฉพาะพื้นที่กลุ่มสีเขียว-เหลือง บางเมืองจีน-นิวซีแลนด์-เวียดนาม รูปแบบกึ่งกักตัว แต่ผ่อนคลาย-สะดวก ไม่ถึงขั้นเดินเที่ยวอิสระ ด้านแรงงานจัดระเบียบต่างด้าวป้องกันโควิด-19

– บอร์ด รฟท.เห็นชอบเปิดประมูล พัฒนา “แปลง A บางซื่อ” 32 ไร่ มูลค่าลงทุน 1.1 หมื่น ล. อีกรอบ เดินให้สุดทาง ตามกม.ร่วมทุนฯ 56 วัดใจเอกชน หากยังเมินค่อยปรับรวมแพคแปลง E พร้อมไฟเขียวต่อมาตรการลดค่าโดยสาร “แอร์พอร์ตลิงก์” 25 บาท อีก 3 เดือน

– รัฐบาลเตรียมพัฒนาท่าเรือบก และโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งสินค้าระบบคอนเทนเนอร์ พร้อมพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมโยงการขนส่งอ่าวไทย-อันดามัน ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการขนส่ง และ โลจิสติกส์ ของภูมิภาค

– ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินตลาดเงินตลาดทุนยังปั่นป่วนหลังข่าวยืนยันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ติดโควิด-19 แต่มองไม่มีผลกับการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด

หุ้นเด่นวันนี้

– SAPPE (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ”เป้า 25 บาท  คาดกำไร Q3/63 น่าประทับใจ +37% Q-Q, +12% Y-Y จากรายได้ในประเทศที่ฟื้นตัวดีมากและชดเชยต่างประเทศที่ชะลอตัว รวมถึง Margin ที่เติบโตขึ้นจาก Operating Leverage และภาษีสรรพสามิตที่ลดลงคาดกำไรปี 2563-2564 -2% Y-Y และ +14% Y-Y ตามลำดับ ราคาหุ้นยังซื้อขายที่ 2564PER เพียง 15 เท่าต่ำกว่ากลุ่มเครื่องดื่มซึ่งสูงกว่า 20 เท่า และให้ Dividend Yield ในระดับที่ดี 4.3%

– TU (กรุงศรี) “ซื้อ”เป้า 17.6 บาท ได้ Sentiment บวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่า แนวโน้มผลประกอบการ Q3/63 โตต่อเนื่องจาก High season ของธุรกิจ

 

 

คำค้น