สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 7 ต.ค. 2563

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 7 ต.ค. 2563

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (7 ต.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์หันกลับมาให้การสนับสนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งรวมถึงการอัดฉีดเงินเพื่อช่วยเหลืออุตสาหกรรมการบิน นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งบ่งชี้ถึงความสำคัญของการเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,303.46 จุด เพิ่มขึ้น 530.70 จุด หรือ +1.91% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,419.45 จุด เพิ่มขึ้น 58.50 จุด หรือ +1.74% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,364.60 จุด เพิ่มขึ้น 210.00 จุด หรือ +1.88%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (7 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไร หลังตลาดปรับตัวขึ้น 4 วันติดต่อกัน ขณะที่ตลาดยังคงถูกกดดันจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในสหรัฐ หลังจากการที่ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้สั่งเลื่อนการเจรจาเรื่องมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจไปหลังการเลือกตั้ง

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.12% ปิดที่ 365.45 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,882.00 จุด ลดลง 13.46 จุด หรือ -0.27%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 12,928.57 จุด เพิ่มขึ้น 22.55 จุด หรือ +0.17% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,946.25 จุด ลดลง 3.69 จุด หรือ -0.06%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (7 ต.ค.) โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มพลังงานหลังราคาน้ำมันร่วงลง ขณะที่นักลงทุนยังรอสหรัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้สั่งระงับการเจรจากับสภาคองเกรสเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจ โดยให้เลื่อนไปเจรจากันอีกครั้งหลังผ่านพ้นการเลือกตั้งในวันที่ 3 พ.ย.

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,946.25 จุด ลดลง 3.69 จุด หรือ -0.06%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (7 ต.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากรายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคาดการณ์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่นักลงทุนจับตาความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ รวมทั้งผลกระทบจากพายุเฮอร์ริเคน “เดลต้า” ที่มีต่อการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอ่าวเม็กซิโก

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 72 เซนต์ หรือ 1.8% ปิดที่ 39.95 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 66 เซนต์ หรือ 1.6% ปิดที่ 41.99 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (7 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐรอบใหม่ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการให้คณะบริหารของทำเนียบขาวระงับการเจรจาเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่กับพรรคเดโมแครตไปจนกว่าจะผ่านพ้นการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พ.ย. แต่หลังจากนั้นไม่นาน ปธน.ทรัมป์ได้กลับลำหันมาสนับสนุนให้เร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 18 ดอลลาร์ หรือ 0.94% ปิดที่ 1,890.8 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 2.5 เซนต์ หรือ 0.1% ปิดที่ 23.896 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 3.5 ดอลลาร์ หรือ 0.4% ปิดที่ 866.8 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 9.1 ดอลลาร์ หรือ 0.4% ปิดที่ 2,382.10 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (7 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยและหันไปซื้อสินทรัพย์เสี่ยง ท่ามกลางความหวังเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.05% แตะที่ระดับ 93.6374

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3267 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3297 ดอลลาร์แคนาดา แต่เมื่อเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 106.03 เยน จากระดับ 105.55 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9172 ฟรังก์ จากระดับ 0.9166 ฟรังก์

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1765 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1752 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2910 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2900 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7140 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7116 ดอลลาร์สหรัฐ