SET เดือน เม.ย. ปิดแตะ 1,493 จุด รับอานิสงส์ Moody’s ปรับ Outlook ไทยสู่ระดับ Stable

ตลท. เผยดัชนี SET เดือนเมษายน 2569 ปิดที่ 1,493.69 จุด เพิ่มขึ้น 3.15% รับข่าวดี Moody's ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตไทยเป็น "มีเสถียรภาพ" สะท้อนเศรษฐกิจแกร่ง ชูกลุ่มเทคโนโลยี-ทรัพยากรนำตลาด ขณะที่มูลค่าซื้อขาย 4 เดือนแรกโตพุ่งกว่า 51% แม้ต่างชาติขายสุทธิบางส่วนแต่ยอดรวมตั้งแต่ต้นปียังเป็นบวกกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท พร้อมโชว์อัตราปันผลตอบแทน 4.42% สูงกว่าค่าเฉลี่ยเอเชีย สอดรับทิศทางกำไรบจ. ที่เริ่มถูกปรับเพิ่มขึ้นสู้แรงกระแทกเศรษฐกิจได้ดี


นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรองรับแรงกระแทกได้ดี โดยมีแรงสนับสนุนสำคัญจากภาคการส่งออกที่ขยายตัว เสถียรภาพด้านการคลัง และฐานะการเงินต่างประเทศที่แข็งแกร่ง สะท้อนผ่านการที่ Moody’s Ratings ปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับเครดิต (Outlook) ของประเทศไทยสู่ระดับ “มีเสถียรภาพ” (Stable) จากเดิม “เชิงลบ” (Negative)

ขณะเดียวกัน ประมาณการกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนในช่วง 12 เดือนข้างหน้าได้รับการปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยมีกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับราคาพลังงานเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ

สำหรับภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยในเดือนเมษายน 2569 ดัชนี SET ณ สิ้นเดือนปิดที่ระดับ 1,493.69 จุด เพิ่มขึ้น 3.15% จากเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาค และเพิ่มขึ้น 18.58% จากสิ้นปี 2568 โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และกลุ่มทรัพยากร

ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของตลาด SET และ mai ในเดือนเมษายนอยู่ที่ 58,688 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมอยู่ที่ 63,646 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ในส่วนของกระแสเงินทุนต่างชาติ เดือนเมษายน 2569 นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 2,513 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนเมษายน นักลงทุนต่างชาติยังคงมียอดซื้อสุทธิรวม 16,638 ล้านบาท

ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติยังมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ 54.43% ของมูลค่าการซื้อขายรวม รองลงมา ได้แก่ นักลงทุนรายย่อยในประเทศ 31.68% นักลงทุนสถาบันในประเทศ 7.53% และบริษัทหลักทรัพย์ 6.37%

นอกจากนี้ ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ จำนวน 1 บริษัท ได้แก่ บริษัท ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ UNIX

สำหรับระดับการประเมินมูลค่าตลาด (Valuation) พบว่า Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 15.16 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นในเอเชียที่ระดับ 12.96 เท่า ขณะที่ Historical P/E อยู่ที่ 17.05 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลาดหุ้นเอเชียซึ่งอยู่ที่ 17.31 เท่า

ส่วนอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 4.42% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นในเอเชียที่ระดับ 2.76%

ด้านภาวะการซื้อขายในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนเมษายน 2569 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 383,982 สัญญา ลดลง 46.22% จากเดือนก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของการซื้อขาย SET50 Index Futures และ Single Stock Futures

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ TFEX อยู่ที่ 561,575 สัญญา เพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

Back to top button