พักเพื่อเล่นต่อ

*หลังจากตลาดหุ้นไทยพุ่งกระฉูดแรงเมื่อสัปดาห์ก่อน ก็ถึงเวลาที่ตลาดหุ้นไทยได้เวลาพัก เพื่อทะยานเดินหน้าขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,300 จุดในไม่ช้า ซึ่งเป็นผลมาจากความเชื่อมั่นในด้านต่าง ๆ เริ่มมีมากขึ้น รวมทั้งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน “โมนิก้า” ถึงมองการแกว่งตัวผันผวนที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นเรื่องที่ควรทำความเข้าใจพะยะค่ะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*หลังจากตลาดหุ้นไทยพุ่งกระฉูดแรงเมื่อสัปดาห์ก่อน ก็ถึงเวลาที่ตลาดหุ้นไทยได้เวลาพัก เพื่อทะยานเดินหน้าขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,300 จุดในไม่ช้า ซึ่งเป็นผลมาจากความเชื่อมั่นในด้านต่าง ๆ เริ่มมีมากขึ้น รวมทั้งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน “โมนิก้า” ถึงมองการแกว่งตัวผันผวนที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นเรื่องที่ควรทำความเข้าใจพะยะค่ะ

*วันนี้ถึงต้องกลับมาเม้าท์เรื่องเดิมที่เคยฝอยให้ฟังว่า เส้น 10 วันต้องวิ่งขึ้นตัดบริเวณเส้น 25 วันให้ได้เสียก่อน เมื่อนั้นถึงจะทำให้ตลาดหุ้นไทยกลายเป็นขาขึ้น และในขณะเดียวกันต้องเข้าใจการขึ้นมายืนเหนือแนวต้าน 1,270 จุดคือแรงส่งที่จะทำให้ดัชนีขึ้นไปสร้างฐานใหม่อย่างมั่นคง “โมนิก้า” ถึงมองตลาดหุ้นไทยยังน่าเล่นเหมือนเดิมทุกประการ เพียงแต่รูปแบบที่เหมาะสุดในภาวะแบบนี้คือ “เคาะสั้น เคาะเร็ว” เจ้าค่ะ

*ฉะนั้นการที่ดัชนียืนปิดที่ระดับ 1,267.14 จุด ลบไป 7.69 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.13 หมื่นล้านบาท ก็ยังอยู่ในโมเมนตัมที่ดีอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นช็อตที่ทำให้นักเล่นสถาบันสลับตัวเล่นได้หลายรอบเสียด้วย “โมนิก้า” จึงขอเม้าท์เฉพาะหุ้นรายตัวที่อยู่ในความสนใจอีฉันก็แล้วกัน หลังพรายกระซิบเม้าท์ถึงเหตุการณ์หลายอย่างไว้เพียบ ส่งผลให้อารมณ์การเม้าท์แตกมีหลายรูปแบบนะออเจ้า !

*รายแรกที่ขอประเดิมก่อนใครเพื่อนคือ PTT เพื่อชี้ให้เห็นราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเริ่มผงกหัวขึ้นอีกครั้ง และมีความเป็นไปได้ที่จะนั่งแปะบริเวณ 45 เหรียญต่อบาร์เรลสักระยะหนึ่ง แต่อย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่า ราคาดังกล่าวดีกว่าสัปดาห์ก่อนที่อยู่แถว 40 เหรียญต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาหุ้นในกระดานยังยืนอยู่แค่ 33.25 บาท บวกไป 0.25 บาท หรือขึ้นไป 0.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.29 พันล้านบาท ค่อนข้างต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับทิศทางที่ดีขึ้นเจ้าค่ะ

*เช่นเดียวกับในรายของหุ้นสุดเลิฟ EA ยังมีช็อตให้เล่นรอบได้เป็นประจำ รวมทั้งผลกำไรก็เป็นไปตามแผนที่วางไว้ “โมนิก้า” ถึงกล้าฟันธงแบบไม่กลัวหน้าแหกในทันทีว่า ราคาต่ำกว่า 45 บาทเล่นได้ทุกเวลา เพราะหุ้นต้องวิ่งกลับไปหาราคาเป้าแรกบริเวณราคา 50 บาท เดี๊ยนถึงอยากให้คุณ ๆ ท่าน ๆ พิจารณาราคาปิดที่ 43.50 บาท บวกไป 1.75 บาท หรือขึ้นไป 4.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 802 ล้านบาท น่าสนใจเหมือนที่อีฉันเม้าท์ไหมล่ะคะ

*คล้ายกับกรณีของหุ้น NER กำลังวิ่งกลับอย่างช้า ๆ ร่วมสัปดาห์ จนเมื่อวันศุกร์พุ่งปรี๊ดขึ้นมายืนที่ 3.88 บาท บวกไป 0.52 บาท หรือขึ้นไป 15.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.07 พันล้านบาท ก็เป็นหุ้นอีกหนึ่งตัวที่ทำให้แมงเม่าได้ตังค์หลายรอบ โดยเฉพาะในจังหวะที่หุ้นทิ้งตัวลงมาแรง ๆ ท่ามกลางกำไรยังโตต่อเนื่อง กลายเป็นจังหวะที่ทำให้เม่าขาประจำยิ้มแฉ่งเลยล่ะ !. นี่ยังไม่นับรวมข่าวดีใหม่ ๆ ที่จะทยอยปล่อยออกมาอีกนะจ๊ะ

*ส่วนม้านอกสายตาที่เริ่มมีแรงซื้อเข้ามารอบใหม่อย่าง RS ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจด้วยเช่นกัน ยิ่งเห็นราคาหุ้นผ่านการทดสอบแรงขายบริเวณ 18 บาทมาพักใหญ่ ก่อนจะเริ่มไต่เพดานขึ้นอย่างเป็นทางการ “โมนิก้า” ยิ่งต้องหันมามองเพื่อไม่ให้ตัวเองตกขบวนรถด่วนเที่ยวสำคัญ ผนวกกับเห็นราคาหุ้นขึ้นมาปิดที่ 19.40 บาท บวกไป 0.10 บาท หรือขึ้นไป 0.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 316 ล้านบาท เลยเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก ๆ นะคะ

*สำหรับรายที่ม้วนเสื่อกลับบ้านเป็นที่เรียบร้อย “โมนิก้า” คงให้น้ำหนักไปที่หุ้นน้องใหม่อย่าง SK หลังทำท่าทำทางเหมือนจะออกสตาร์ตดี แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงแค่ของเทียมที่เข้ามาปั่นกระแส แถมทุกวันนี้มีแต่คนเม้าท์ให้แซ่ดว่า ไม่รู้ธุรกิจดีอย่างไร ? จึงเท่ากับเป็นการตอกตะปูฝาโลงอย่างเป็นทางการ เดี๊ยนเลยไม่แปลกใจที่เห็นราคาหุ้นทรุดตัวลงมาปิดที่ 1.02 บาท ลบไป 0.18 บาท หรือลงไป 15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 102 ล้านบาทเจ้าค่ะ

*คล้ายกับกรณีของ KK ออกอาการเลือดไหลซิบ ๆ ตลอดเวลา ทั้งที่ไม่มีอะไรเป็นแบ็กอัพตั้งแต่ต้นแบบนี้ เดี๊ยนมองเป็นเกมที่ “มาไว ไปไว” ไม่มีอะไรต้องสนใจอีกต่อไป ผสานกับแมงลือเม้าท์กันให้แซ่ดว่า จบงาน ! “โมนิก้า” จึงไม่อยากเม้าท์อะไรมากกว่านี้ เพราะต้องการให้ราคาหุ้นในกระดานเป็นตัวเล่าเรื่อง หลังทรุดตัวลงมาปิดที่ 1.41 บาท ลบไป 0.08 บาท หรือลงไป 5.35% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 87 ล้านบาทแบบนี้ บอกตามตรงว่า ไม่มีคุณค่าอะไรที่ต้องจดจำอีกต่อไป..อิอิอิ