RBF-NRF ความเหมือนที่แตกต่าง.!

หลังจากบริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF เป็นหุ้นป้ายแดงเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ก็ถูกเปรียบเทียบกับหุ้นรุ่นพี่อย่างบริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF ว่าหุ้นตัวไหนเด่น หุ้นตัวไหนดัง...น่าสนใจกว่ากัน..?

สำนักข่าวรัชดา

หลังจากบริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF เป็นหุ้นป้ายแดงเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ก็ถูกเปรียบเทียบกับหุ้นรุ่นพี่อย่างบริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF ว่าหุ้นตัวไหนเด่น หุ้นตัวไหนดัง…น่าสนใจกว่ากัน..?

อ้อ…สิ่งที่เหมือนกันอย่างแรกคือ ทั้งคู่ออกสตาร์ตวันแรกสวยด้วยกันทั้งคู่ โดยรุ่นพี่ RBF เปิดเทรดเหนือจอง 23.64% จากราคาไอพีโอที่ 3.30 บาท ก่อนปิดตลาดฯ ที่ระดับ 4.36 บาท เพิ่มขึ้น 1.06 บาท หรือปรับเพิ่มขึ้น 32.12% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2,409 ล้านบาท

ส่วนน้องใหม่ NRF เปิดเทรดเหนือจอง 96.74% จากราคาไอพีโอที่ 4.60 บาท ก่อนที่จะปิดตลาดฯ ที่ระดับ 6.05 บาท เพิ่มขึ้น 1.45 บาท หรือคิดเป็น 31.52% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6,031 ล้านบาท

ทั้งคู่อยู่ในหมวดอาหารเหมือนกัน แถมชื่อหุ้นก็คล้าย ๆ กัน ใครทำอะไรกันแน่ มาดูกัน…

ถ้าดูในแง่ของธุรกิจจะเห็นว่า RBF กับ NRF ทำธุรกิจอาหารเหมือนกัน แต่ต่างรายละเอียด รวมทั้งกลุ่มลูกค้าก็แตกต่างกัน…

สินค้าของ RBF หลัก ๆ แบ่งเป็น 6 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ กลุ่มสารแต่งกลิ่น รสและสีผสมอาหาร, กลุ่มแป้งและซอส, กลุ่มผลิตภัณฑ์อบแห้ง, กลุ่มอาหารแช่แข็ง, กลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติก และกลุ่มผลิตภัณฑ์ซื้อมาขายไป ซึ่งตลาดจะกว้างกว่า ครอบคลุมทุกพื้นที่มากกว่า ทั้งเซกเมนต์อาหารและเครื่องดื่ม

ถ้ายังนึกภาพไม่ออก ให้นึกถึงพวกอาหารสำเร็จรูป ขนม นมเนย และสารพัดเครื่องดื่มที่อยู่ในตู้แช่ร้านสะดวกซื้อ ไฮเปอร์มาร์เก็ต ที่เรากินกันนั่นแหละ กลิ่นต่าง ๆ ที่ผสมอยู่ในอาหารและเครื่องดื่มเหล่านั้น ก็ล้วนเป็นฝีมือของ RBF แทบทั้งนั้น…

ส่วน NRF สินค้าหลักจะเป็นผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหาร อาหารสำเร็จรูป อาหารมังสวิรัติที่ไม่มีส่วนผสมของไข่และนม อาหารโปรตีนจากพืช และเครื่องดื่มสำเร็จรูปชนิดผงและน้ำ มีฐานลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ตลาดจะแคบกว่า เป็นนีชมาร์เก็ตมากกว่า…

แต่โอเค…ธุรกิจของทั้งคู่อยู่ในเทรนด์เติบโตเหมือนกัน…โดย NRF เป็นเทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งสอดคล้องกับวิถีคนยุคใหม่ที่หันมาดูแลใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น

ส่วน RBF อยู่ในเทรนด์ที่กลุ่มอาหารสำเร็จพร้อมทานกำลังเติบโตสูง จากอานิสงส์ของโควิดที่ทำให้ผู้บริโภคอยู่บ้าน หรือทำงานที่บ้านมากขึ้น ในจังหวะนี้ RBF ก็ได้ประโยชน์ มีออเดอร์มากขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกัน แนวโน้มผู้บริโภคหันมาทำอาหารกินเองที่บ้านเพิ่มมากขึ้น ก็ช่วยหนุนสินค้ากลุ่มแป้งและซอสของ RBF ให้เติบโตมากขึ้นเช่นกัน

แต่น่าเสียดายที่ RBF มีเรือพ่วงธุรกิจโรงแรม 2 แห่งที่เชียงใหม่ และชุมพร เป็นตัวถ่วง ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ต้องรับรู้ผลขาดทุนมาตลอด แถมช่วงนี้ยังเจอผลกระทบจากโควิดซ้ำเติมอีก จนทำให้รายได้จากธุรกิจโรงแรมแทบกลายเป็นศูนย์ ยิ่งจะกดดันงบ RBF

แหม๊…นี่ถ้า RBF สามารถกำจัดจุดอ่อนตรงนี้ หรือแปรสภาพให้เป็นจุดแข็งได้ คงดีไม่น้อย น่าจะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับ RBF ได้เป็นกอง…

เอาล่ะ…คราวนี้ก็รู้แล้วว่า หุ้นตัวไหนทำอะไร แต่จะให้ฟันธงว่าตัวไหนเด่น ตัวไหนดังกว่ากัน อันนี้นักลงทุนต้องตัดสินใจกันเอง

ดังนั้น นาทีนี้ใครจะใคร่ซื้อก็ซื้อ…ใครใคร่ขายก็ขาย

เอาที่สบายใจละกัน…

อิ อิ อิ…