สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 15 ต.ค. 2563

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 15 ต.ค. 2563

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนนี้ (15 ต.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขคนว่างงานที่สูงกว่าคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ รวมทั้งการที่หลายประเทศในยุโรปประกาศมาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,494.20 จุด ลดลง 19.80 จุด หรือ -0.07% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,483.34 จุด ลดลง 5.33 จุด หรือ -0.15% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,713.87 จุด ลดลง 54.86 จุด หรือ -0.47%

ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (15 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการกำหนดมาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่หลังการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นของโรคโควิด-19 ทั่วยุโรป และนักลงทุนยังหมดหวังที่จะเห็นมาตรการกระตุ้นด้านการคลังของสหรัฐก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 3 พ.ย.

ดัชนี Stoxx Europe 600 ร่วงลง 2.08% ปิดที่ 362.91 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,837.42 จุด ร่วงลง 104.24 จุด หรือ -2.11%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 12,703.75 จุด ร่วงลง 324.31 จุด หรือ -2.49% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,832.52 จุด ร่วงลง 102.54 จุด หรือ -1.73%

 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (15 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการกำหนดมาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่ในอังกฤษหลังยอดติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น ขณะที่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษกับสหภาพยุโรป (EU) หลังการแยกตัว (Brexit) กระตุ้นให้นักลงทุนเทขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไร

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,832.52 จุด ร่วงลง 102.54 จุด หรือ -1.73%

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (15 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการที่หลายประเทศในยุโรปประกาศมาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมัน WTI ขยับลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลังได้ปัจจัยหนุนจากตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 8 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่ 40.96 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 16 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ 43.16 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (15 ต.ค.) เนื่องจากข่าวประเทศยุโรปประกาศมาตรการล็อกดาวน์รอบใหม่เพื่อคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ได้กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย อย่างไรก็ดี การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ได้สกัดแรงบวกของราคาทองคำ

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 1.6 ดอลลาร์ หรือ 0.08% ปิดที่ 1,908.9 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค ลดลง 17.1 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 24.224 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 2.1 ดอลลาร์ หรือ 0.24% ปิดที่ 861.3 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 80 เซนต์ หรือ 0.03% ปิดที่ 2,367.10 ดอลลาร์/ออนซ์

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (15 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และความไม่แน่นอนในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.51% แตะที่ระดับ 93.8628

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.46 เยน จากระดับ 105.10 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9151 ฟรังก์ จากระดับ 0.9131 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3226 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3145 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1696 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1750 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2900 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3023 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.7091 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7166 ดอลลาร์สหรัฐ