SET สัปดาห์นี้ Sideways Down การเมืองในประเทศกดดัน-ลงทุนเน้นหุ้นกำไร Q3 โตดี

SET สัปดาห์นี้ Sideways Down การเมืองในประเทศกดดัน-ลงทุนเน้นหุ้นกำไร Q3 โตดี

Weekly outlook : “Sideways/Down” ต้าน 1,250/1,258 จุด รับ 1,210/1,200 จุด

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์สัปดาห์นี้ (19 – 22 ต.ค.63) แนะนำจับตาประเด็นดังต่อไปนี้

(-) Second Wave : Second Wave มีสัญญาณรุนแรงขึ้้นอย่างมีนัยฯ ทั้งในสหรัฐฯและยุโรป โดยล่าสุด ฝรั่งเศสประกาศเคอร์ฟิวใน 8 เมืองใหญ่ คิดเป็นประชากรกว่า 1ใน 3 ของประเทศ ขณะที่ทางฝั่งอังกฤษประกาศยกระดับการเตือนภัยในกรุงลอนดอนและลิเวอร์พูล สู่ระดับสูง จากปานกลาง สะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางอย่างหยุดชะงัก กระทบต่อการฟื ้นตัวของเศรษฐกิจโลก

(*) US Phase4 Stimulus : การเจรจายังเผชิญทางตัน โดยแม้ปธน. Trump ส่งสัญญาณความพร้อมที่จะปรับเพิ่มวงเงินมากกว่า 1.8 ล้านล้านเหรียญ แต่นายมิทช์แมคคอนเนลล์ ผู้น าเสียงข้างมากในวุฒิสภา โต้กลับว่าเขาไม่เห็นด้วย และวุฒิสภาจะไม่เห็นด้วยเช่นกัน บ่งชี้ว่าไม่ใช้แค่ความขัดแย้งระหว่าง Democrat กับRepublican แต่เป็นความเห็นต่างใน Republican กันเองด้วย ทำให้โอกาสที่มาตรการดังกล่าวจะได้รับการอนุมัติเร็วๆนี้ค่อนข้างจำกัด

(*) Final US Presidential Debate : จับตาการโต้วาทีระหว่างปธน. Trump และนาย Joe Biden 22 ต.ค. นี ้ ซึ่งจะเป็นการโต้วาทีครั้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งปธน.สหรัฐฯ 3 พ.ย. จึงแนะจับตาการเคลื่อนไหวของโพล

(-) TH Politics : ความเสี่ยงทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้น จากการชุมนุมประท้วงที่ยาวต่อเนื่อง CNS จึงจัดทำข้อมูลสถิติย้อนหลังเพื่อดูผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย โดยใช้ข้อมูลในช่วงเวลาที่เกิดการชุมนุม 5 ครั้งย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 2006-2014 พบว่า SETมักจะได้รับผลกระทบราว -11.19% ด้วยโอกาส 60%

โดยกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนย่ำแย่ที่สุด ได้แก่ Fin, Prop, Enter, Comun ซึ่งทั้งหมดเป็นกลุ่มที่อิงภายใน ขณะที่กลุ่มที่ยังสามารถให้ผลตอบแทนเป็นบวกได้ คือ Agri และกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเล็กน้อยได้แก่ Etron, Commerce, Health ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้ผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่าด้วย ส่วนกลุ่ม Hotel แม้สถิติในอดีตจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจ ากัดแต่เนื่องจากปีนี้ เกิดวิกฤต Covid-19 และการฟื้นฟูการท่องเที่ยวจำเป็นต้องใช้เวลาจึงยังแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุน

(*) Key to Watch : จับตา 1) 3Q20 GDP ของจีนจะรายงาน 19 ต.ค. 2) FEDBeige Book 21 ต.ค. 3)ตัวเลขส่งออกไทยเดือนก.ย 22 ต.ค. Consensus คาด -5.0% ดีกว่าเดือนก่อนหน้าที่ -7.94%

กลยุทธ์การลงทุน : การเกิด Second Wave ที่รุนแรงขึ้น และความไม่แน่นอนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผสานความเสี่ยงการเมืองภายใน พอร์ตลงทุนเชิง Tactical คงถือหุ้นเพียง 25% ส่วนการเก็งกำไรเน้นหุ้นแนวโน้มกำไร 3Q20 น่าจะดี TU, CPF, KCE, SMT,HANA, WICE, ICHI, OSP, HTC, SAPPE, SPALI, XO กลุ่มที่ใกล้ฟื้นตัว GFPT

หุ้นเด่นสัปดาห์นี้ : แนะนำ XO, HTC, TU ส่วนสัปดาห์ก่อน KSL, HTC, KCE ให้ผลตอบแทน -1.32 % ดีกว่าดัชนีฯที่ให้ผลตอบแทน -2.64 %

XO (TP 15.3) : กำไรโตแรง เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนไปอย่างน้อย 3 ไตรมาส + Second Wave ในยุโรป

HTC (TP 34.5) : ทิศทางกำไรไตรมาส 3/63 น่าจะเติบโตเด่น PER ยังค่อนข้างต่ำ

TU (TP 15.5) : กำไรไตรมาส 3/63 โตเด่น + มองกลุ่ม Food ทนแรงกดดันต่อเศรษฐกิจได้

คำค้น