ตร. วางกำลังพร้อมดูแลม็อบ หลังแกนนำนัดรวมตัวแยกราชประสงค์เย็นนี้ แนะปชช.เลี่ยงเส้นทาง

ตร. วางกำลังพร้อมดูแลม็อบ หลังแกนนำนัดรวมตัวแยกราชประสงค์เย็นนี้ แนะปชช.เลี่ยงเส้นทางสัญจร

พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เตรียมความพร้อมและดูแลการชุมนุมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นบริเวณแยกราชประสงค์ในช่วงเย็นวันนี้ (25 ต.ค.63) โดยเน้นย้ำความปลอดภัยของประชาชน ตลอดจนการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในบริเวณโดยรอบ

สำหรับการจัดการเกี่ยวกับผู้ชุมนุมดังกล่าว แม้ภายหลังจากได้มีการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังมีหน้าที่ในการดำเนินการตามกฎหมาย โดยยังคงต้องยึดถือการปฏิบัติตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ในสถานการณ์ปกติ และบช.น.ก็จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงผู้ชุมนุม ทั้งอำนวยความสะดวกด้านการจราจรที่อาจเกิดผลกระทบต่อประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาในบริเวณดังกล่าว

  “แม้จะไม่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว แต่ผู้ชุมนุมก็ยังจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และคำนึงถึงพี่น้องประชาชน ร้านค้าและห้างสรรพสินค้าที่อาจได้รับผลกระทบจากการชุมนุมดังกล่าวด้วย” พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าว

ด้าน พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า เบื้องต้นแนะนำให้ประชาชนพิจารณาหลีกเลี่ยงการใช้รถใช้ถนนสัญจรผ่านบริเวณดังกล่าว ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะยังไม่ปิดการจราจร แต่จะพิจารณาจากปริมาณกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นสำคัญ โดยคาดว่าเส้นทางที่จะได้รับผลกระทบจากการชุมนุม คือ ถนนพระรามที่ 1 ตั้งแต่แยกชิดลมถึงแยกเฉลิมเผ่า (อังรีดูนังต์ตัดพระรามที่ 1) และด้านถนนราชดำริ บริเวณประตูน้ำถึงแยกราชดำริ (สารสินตัดราชดำริ) โดยขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางที่อาจได้รับผลกระทบตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไปจนเสร็จสิ้นการชุมนุม

ขณะที่เมื่อวานนี้ (24 ต.ค.)​ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” หนึ่งในแกนนำคนสำคัญของกลุ่มราษฎร ประกาศบนเวทีปราศรัยหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ชวนให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมในเวลา 16.00 น.วันนี้ที่บริเวณแยกราชประสงค์ หลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งตามกำหนดเวลาที่กลุ่มราษฎรเรียกร้อง โดยการลาออกจากตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี เป็น 1 ใน 3 ข้อเรียกร้องหลักของกลุ่มราษฎร ซึ่งรวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปสถาบันฯ

ส่วนการประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา ในวันที่ 26-27 ต.ค.นี้ ซึ่งหลายฝ่ายคาดหวังจะเป็นช่องทางหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาสถานการณ์การเมืองในขณะนี้นั้น นายจตุภัทร์ ยืนยันว่าจะไม่นำมวลชนไปกดดันการประชุมที่รัฐสภา โดยจะรอดูว่ากลไกของรัฐสภาจะทำให้มีทางออกได้มากน้อยแค่ไหน หลังจากนั้นก็จะพิจารณาแนวทางการต่อสู้ต่อไป