เปิดบวกปิดลบ

*ตอนแรกดูเหมือนดัชนีจะเริ่มตั้งลำอ่อน ๆ แต่ทำไปทำมากลับมีแรงเทขายออกมาระลอกใหญ่ ทั้งจากฝรั่งตาน้ำข้าว และกองทุนตัวแสบเจ้าเดิม เหลือเพียงแรงซื้อจากรายย่อยที่เข้ามาเก็บของถูก จึงได้เห็นดัชนีขึ้นไปบวกได้เพียงประเดี๋ยวประด๋าว พร้อมกับการแกว่งไปมาอยู่ในกรอบแคบ ๆ ถือว่าสร้างความอึดอัดใจให้กับผู้เล่นที่ตามเกมไม่ทันอย่างใหญ่หลวง

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*ตอนแรกดูเหมือนดัชนีจะเริ่มตั้งลำอ่อน ๆ แต่ทำไปทำมากลับมีแรงเทขายออกมาระลอกใหญ่ ทั้งจากฝรั่งตาน้ำข้าว และกองทุนตัวแสบเจ้าเดิม เหลือเพียงแรงซื้อจากรายย่อยที่เข้ามาเก็บของถูก จึงได้เห็นดัชนีขึ้นไปบวกได้เพียงประเดี๋ยวประด๋าว พร้อมกับการแกว่งไปมาอยู่ในกรอบแคบ ๆ ถือว่าสร้างความอึดอัดใจให้กับผู้เล่นที่ตามเกมไม่ทันอย่างใหญ่หลวง

*เนื่องจากที่ผ่านมาเราได้เห็นดัชนีฉวัดเฉวียนระหว่าง 1,180-1,210 จุด มาพักใหญ่ แถมยอดขายสุทธิของต่างชาติยังมีเข้ามาไม่ขาดสาย ย่อมเป็นเรื่องที่กระทบโดยตรงกับหุ้นขนาดใหญ่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กดดันให้นักลงทุนบางส่วนเริ่มชะลอการลงทุน เพราะเมื่อดูจากเนื้อเรื่องที่จะเดินต่อไปในภายภาคหน้า ยังต้องเจอกับเรื่องสถานการณ์รอบด้าน ซึ่งจะทำให้หุ้นทั่วโลกสั่นสะเทือนไม่น้อยเจ้าค่ะ

*ถัดจากนั้นก็จะเป็นเรื่องความไม่มั่นคงทางการเมืองของบ้านเรา ซึ่งค่อนข้างอ่อนไหวต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนเป็นอย่างมาก และเมื่อดูจากทั้ง 2 เหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า “โมนิก้า” ถือเป็นเรื่องที่ทำให้บรรยากาศการลงทุนออกอาการรวนอย่างหนัก พร้อมกับเกิดปรากฏการณ์ เปิดบวก ปิดลบ ให้เห็นถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นการย้ำหัวหมุดว่า ได้กำไรแล้วถอยไปตั้งรับนะจ๊ะ

*อย่างในรายของ NER ได้เห็นราคาหุ้นเริ่มย้อยตัวลง จนมาปิดที่ระดับ 4.74 บาท ลบไป 0.20 บาท หรือ 4.05% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 935.47 ล้านบาท “โมนิก้า” มองว่ามูฟเมนต์ของหุ้นยังมีกิมมิให้ตามเล่นต่อ ทั้งในเรื่องของพื้นฐานและสัญญาณเทคนิค ประกอบกับช่วงที่ผ่านมาหุ้นตัวนี้ที่ถูกขายทีไร มักจะมีแรงซื้อกลับทำให้หุ้นผงกหัวขึ้นและทำฐานใหม่ที่สูงกว่าเดิมเสมอ การลงมาปิดลบในครั้งนี้เชื่อว่ามีคนคอยจ้องตาเป็นมันอยู่แน่ ๆ เจ้าค่ะ

*ส่วนที่ราคายังยืดเยื้อกันอยู่ในเที่ยวนี้กลายเป็น ADVANC พอได้เห็นหุ้นเริ่มมีแรงซื้อเข้ามาแบบกะปริบกะปรอยได้เพียงไม่กี่วัน ล่าสุดก็ถูกขายออกมาอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาหุ้นมาปิดที่ 172.50 บาท ลบไป 2 บาท หรือ 1.15% ด้วยมูลค่า 761.89 ล้านบาท มันเป็นเกมที่ต้องปูเสื่อรอกันต่อไปอีกยาว และหากถามว่าหุ้นจะเริ่มฟื้นจริง ๆ เมื่อไหร่ เดี๊ยนของตอบว่ามันอยู่ที่ผลของงานว่าจะออกมาในระดับไหน ?

*ในรายของ TNR จู่ ๆ ราคาหุ้นก็วิ่งปรู๊ดปร๊าดสวนกระแสตลาดขึ้นมา “โมนิก้า” มองว่าเป็นแค่จังหวะเล่นเก็งกำไรกันขำ ๆ ล่าสุดหุ้นขึ้นมาปิดที่ระดับ 11.50 บาท บวกไป 0.60 บาท หรือขึ้นไป 5.50% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.49 ล้านบาท แต่หากดูจากธรรมชาติของหุ้นตัวนี้แล้ว “โมนิก้า” อดเสียวสันหลังไม่ได้ เพราะมูลค่าการซื้อขายของหุ้นตัวนี้ไม่ได้หนาแน่นทุกวัน การเข้าไปเก็บของดองเอาไว้จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรเสี่ยงเจ้าค่ะ

*แวะมาดูหุ้นธุรกิจขนส่งทางรถยนต์อย่าง KIAT ได้เห็นราคาหุ้นเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง โดยวิ่งมาปิดที่ระดับ 0.68 บาท บวก 0.01 บาท หรือ 1.49% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 64.08 ล้านบาท แถมทำนิวไฮในรอบ 3 ปี 7 เดือน เดี๊ยนมองว่าแรงซื้อที่หลั่งไหลเข้ามาในช่วงนี้เป็นของจริง ! และมาจากพื้นฐานบริษัทที่แน่นปึ้ก โดยเฉพาะกำไรปีนี้-ปีหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ แถมพ่วงปันผลยีลด์สูงเกิน 7% นับว่าโดนใจเม่าและนักลงทุนสุด ๆ ใครคันไม้คันมืออยากจะได้อยากจะโดนกับเขาบ้างก็ใส่เกียร์เดินหน้าเลยได้เลยจ้า

*ด้าน MTC ได้เห็นการปรับตัวขึ้นไปคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า แบบโนสนโนแคร์ภาวะตลาด และมาลงเอยที่ระดับ 54.75 บาท บวกไป 1.50 บาท หรือขึ้นไป 2.82% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 620.32 ล้านบาท ฟากสัญญาณทางเทคนิคยังบ่งบอกว่าไปต่อได้ไม่มีปัญหา แถมพื้นฐานที่ยังแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง “โมนิก้า” มองภาพระยะยาวว่าหากจะเข้าซื้อเพื่อถือไว้รับปันผล หรือรอจังหวะออกของช่วงพีก ๆ ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยหน้าใครเจ้าค่ะ

*ปิดท้ายที่ AJ ที่พอมีข่าวจับมือกลุ่ม SCC ขยายธุรกิจในเวียดนาม ก็มีแรงซื้อเข้ามาอย่างฮึกเหิมจนขึ้นไปแตะจุดสูงสุดของวันที่ 20.70 บาท แต่ยังไม่ทันข้ามวันก็หมดแรงเสียดื้อ ๆ จนมาลงเอยแบบเสมอตัวที่ระดับ 18.60 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 755.46 ล้านบาท รูปแบบการเคลื่อนตัวที่เกิดขึ้นวันนี้ไม่มีอะไรให้ต้องกลับไปนั่งคิดนอนคิด เพราะเป็นเพียงแค่การ “ซื้อเก็งกำไร” ระยะสั้น ๆ พอมีกำไรก็ขายออกมาเท่านั้นเอ๊งงง