เปิดไทม์ไลน์ “นักการทูต” ติด “โควิด” ทานอาหาร-นั่งรถคันเดียวกับ “รมต.ฮังการี” ตอนเยือนไทย

กระทรวงสาธารณสุข เปิดไทม์ไลน์ “นักการทูต” ติด “โควิด” ทานอาหาร-นั่งรถคันเดียวกับ “รมต.ฮังการี” ตอนเยือนไทย

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงผู้ติดเชื้อในประเทศรายใหม่เป็นชาย สัญชาติฮังการี อายุ 53 ปี อาชีพนักการทูต อาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 2 ปี ได้เดินทางโดยรถยนต์ไปรับรัฐมนตรีประเทศฮังการี ที่เดินทางมาประเทศไทยเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 63 เข้าพักใน Alternative State Quarantine (ASQ) โรงแรมอนันตรา สยาม มีการพูดคุยกันในรถ และรับประทานอาหารร่วมประมาณครึ่งชั่วโมง

ทั้งนี้ หลังจากทราบผลตรวจรัฐมนตรีฮังการี ซึ่งตรวจพบเชื้อในช่วงเช้าวันที่ 4 พ.ย. ผู้สัมผัสทั้งหมดรวมถึงผู้ติดเชื้อรายใหม่นี้ได้เข้ารับการกักกันทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย ทั้งในที่พักตนเองและที่กักตัวที่กำหนด มีการตรวจหาเชื้อตามมาตรการการเฝ้าระวังและตรวจคัดกรองผู้สัมผัสกับผู้ติดเชื้อ โดยผลตรวจ RT-PCR ครั้งแรก 17 คนให้ผลเป็นลบไม่พบเชื้อ แต่พบเชื้อ 1 คน คือ นักการทูตรายนี้ โดยผลออกเป็นบวกเมื่อคืนวันที่ 9 พ.ย. แต่ไม่มีอาการ จึงส่งเข้าไปรับการรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร และไม่มีผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อรายนี้เพิ่มเติม เนื่องจากอยู่ในสถานที่กักกันตลอด

          “เป็นการติดเชื้อจากผู้ที่เราวินิจฉัยก่อนหน้าที่ติดเชื้อมาจากฮังการี ซึ่งมีการแพร่เชื้อที่ประเทศไทย 1 ราย และกัมพูชา 1 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างสังเกตอาการ” นพ.โสภณ กล่าว

ด้านนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เผยความคืบหน้าการติดตามผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 ว่า กรณีชายชาวอินเดียที่จังหวัดกระบี่นั้น ผลตรวจเชื้อภรรยา น้องชาย น้องสะใภ้ และหลาน ด้วยวิธี RTCPR ให้ผลลบ ส่วนผลตรวจเลือด (IgG) ของภรรยา น้องชาย น้องสะใภ้ พบว่ามีภูมิคุ้มกัน แสดงว่าทั้ง 3 รายมีการติดเชื้อมานานแล้วเช่นเดียวกับชายชาวอินเดียและไม่แพร่เชื้อไปยังผู้อื่น

          “หลังจากนี้ไปน่าจะมีการตรวจพบผู้ติดเชื้อในลักษณะนี้เป็นจำนวนมากขึ้น ซึ่งคาดว่าทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อนับ 100 ล้านคน เกินกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อที่มีการรายงานในขณะนี้ที่มี 50 ล้านคน” นพ.โอภาส กล่าว

ขณะที่ผลตรวจบุคคลอื่นในจังหวัดกระบี่ สุโขทัย เชียงใหม่ และภูเก็ต ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูง 79 ราย และเสี่ยงต่ำอีก 283 ราย ไม่พบเชื้อเพิ่มเติม ขณะเดียวกันประชาชนในจังหวัดกระบี่มีสัดส่วนการใส่หน้ากากอนามัยเพิ่มขึ้นจาก 60% เป็น 90% ส่วนกระบวนการถอดรหัสพันธุกรรมเพื่อให้รู้สาเหตุที่ติดเชื้อนั้นยังไม่เรียบร้อย

          “ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว หากสถานการณ์เป็นอย่างนี้ไปอีก 4-5 วันก็ถือว่าน่าจะสู่ระยะปลอดภัยได้” นพ.โอภาส กล่าว