“คนละครึ่ง” รอบ 2 สุดคึกคัก เปิดลงทะเบียน 4 ชม.แรก ปชช.แห่รับสิทธิเต็มจำนวนแล้ว!

“คนละครึ่ง” รอบ 2 สุดคึกคัก เปิดลงทะเบียน 4 ชม.แรก ปชช.แห่รับสิทธิเต็มจำนวนแล้ว!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่กระทรวงการคลังเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง” รอบ 2 ในวันนี้ (11 พ.ย.63) เป็นต้นไป จนกว่าจะครบจำนวนสิทธิ โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน และช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ร้านค้ารายย่อย โดยรัฐช่วยจ่าย 50 % ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”

โดยล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ที่ผ่านมา ทีมข่าวข่าวหุ้นออนไลน์ ได้คลิ้กเข้าเว็บไซต์ คนละครึ่ง.com พบว่า มีผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์เต็มจำนวนแล้ว

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการคนละครึ่งซึ่งเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเพิ่มเติม จำนวน 2.5 ล้านสิทธิ ภายใต้กลุ่มเป้าหมาย 10 ล้านสิทธิ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 (11/11) ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com มีประชาชนให้ความสนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งอย่างมาก และลงทะเบียนครบจำนวนในเวลาอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ระบบจะทำการตรวจสอบและส่ง SMS แจ้งผลการลงทะเบียนภายใน 3 วัน สำหรับยอดลงทะเบียนที่ไม่ผ่านการตรวจสอบและยอดผู้ที่ได้รับสิทธิที่ถูกตัดสิทธิจากการไม่ใช้จ่ายภายใน 14 วัน จะมีการรวบรวมมาเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนใหม่ต่อไป

รองโฆษกกระทรวงการคลัง ย้ำว่าประชาชนที่ลงทะเบียนสำเร็จและได้รับ SMS ยืนยันสิทธิแล้ว ขอให้รีบติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” รวมทั้งยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย โดยสามารถเติมเงินจำนวนเท่าใดก็ได้ตามต้องการเข้าไปในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ก็จะสามารถใช้สิทธิซื้อสินค้ากับผู้ประกอบการร้านค้าที่มีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ที่เข้าร่วมโครงการได้ทันที ซึ่งสามารถใช้จ่ายได้ถึงวันที่ 31 ธ.ค.63 หากไม่ใช้จ่ายภายใน 14 วัน นับจากวันถัดจากวันที่ได้รับ SMS แจ้งรับสิทธิ จะถูกตัดสิทธิและไม่สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้อีก

นอกจากนี้ สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ณ วันนี้ เวลา 12.00 น. มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 5.9 แสนร้านค้า และมีผู้ใช้สิทธิแล้วจำนวน 7,410,937 คน โดยมียอดการใช้จ่ายสะสม 11,889 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 6,059 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 5,830 ล้านบาท ยอดใช้จ่ายเฉลี่ย 210 บาทต่อครั้ง โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่ ตามลำดับ

นายพรชัย ยังได้ขอความร่วมมือประชาชนและร้านค้าให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอให้ร้านค้าอย่าฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า เนื่องจากจะเป็นการเอาเปรียบประชาชนและทำลายบรรยากาศของการจับจ่ายใช้สอยตามโครงการคนละครึ่ง อีกทั้งประชาชนโปรดอย่าหลงเชื่อการเชิญชวนตามโฆษณาผ่านช่องทางต่าง ๆ ในการช่วยดำเนินการโดยไม่มีการใช้จ่ายจริงอย่างเด็ดขาด เพราะอาจตกเป็นเหยื่อในการสนับสนุนให้เกิดการกระทำความผิดและมีโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้

ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดเงื่อนไขโครงการ โดยหากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดจริง จะมีการระงับการใช้แอปพลิเคชันและระงับการจ่ายเงินร้านค้าทันที

อย่างไรก็ดี ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดทำโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 เป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน เพื่อรักษาระดับการบริโภคของประชาชน และกระจายรายได้ไปยังร้านค้ารายย่อยได้อย่างต่อเนื่อง