รัฐบาลปลื้ม “คนละครึ่ง” เฟสแรก กระตุ้นศก.ฐานราก คาดเงินหมุนเวียนในระบบเพิ่ม 6 หมื่นลบ.

รัฐบาลปลื้ม “คนละครึ่ง” เฟสแรก กระตุ้นศก.ฐานราก คาดเงินหมุนเวียนในระบบเพิ่ม 6 หมื่นลบ.

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในโครงการ “คนละครึ่ง” เฟสแรกว่า ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ มีประชาชนลงทะเบียนครบจำนวน 10 ล้านสิทธิตามเป้าหมาย คาดว่าจะมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจช่วงไตรมาสสุดท้ายเพิ่มขึ้นกว่า 6 หมื่นล้านบาท

ข้อมูลล่าสุด มีร้านค้าที่ลงทะเบียนกว่า 6.4 แสนร้านค้า ขณะที่ยอดใช้จ่ายโดยรวมอยู่ที่ 13,481 ล้านบาท เฉลี่ยต่อหัวประมาณ 208 บาทต่อคน โครงการนี้ นอกจากจะช่วยเรื่องค่าครองชีพให้ประชาชนทั่วไปแล้ว ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานรากที่เป็นร้านค้ารายย่อยได้รับประโยชน์ จึงอยากเชิญชวนร้านค้าที่สนใจลงทะเบียนเพิ่มเติมได้ รัฐบาลไม่ได้มุ่งตรวจสอบการเสียภาษี แต่คาดหวังให้เงินที่อัดฉีดลงไปถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง

ส่วนกรณีที่มีเสียงเรียกร้องอยากให้ขยายเพิ่มเติมในเฟสต่อไปนั้น โฆษกรัฐบาล ระบุว่า เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้พูดในที่ประชุม ครม.ที่ผ่านมาว่าโครงการอะไรที่คิดว่าเป็นประโยชน์กับประชาชน ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาดำเนินการตามงบประมาณที่มีอยู่ พร้อมกำชับให้แก้ไขสิ่งที่ยังเป็นช่องโหว่ในการทุจริต หลังพบข้อมูลว่ามีบางร้านค้าฉวยโอกาสปรับเพิ่มราคา โดยขอให้ประชาชนช่วยกันแจ้งเบาะแสผ่านหน่วยงานที่รับผิดชอบคือ กระทรวงการคลัง หรือช่องทางทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบให้เกิดความรัดกุมมากขึ้น

นายอนุชา กล่าวว่า อยากให้กลุ่มเยาวชนที่มีการชุมนุมกันอยู่ในขณะนี้ ช่วยกันเสนอแนะแนวคิดในเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเพื่อแก้ปัญหาประเทศ ดีกว่าที่จะมีเพียงแต่ความเห็นต่างในเรื่องของการเมือง และอยากให้การชุมนุมเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่การชุมนุมที่มีแต่การเสียดสีเรื่องทางการเมืองเท่านั้น

โดยรัฐบาลพร้อมเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการเจรจาหาทางออกทางการเมือง และอยากให้ผู้ชุมนุมมีส่วนร่วมในการนำเสนอ ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องให้เป็นไปตามกลไกของรัฐสภา โดยรัฐบาลพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอ

ทั้งนี้ สำนักโฆษกมีแนวคิดเดินสายพบปะพูดคุยกับทุกกลุ่มอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักเรียน กลุ่มแรงงาน และเกษตรกร เพื่อสื่อสารและรับฟังปัญหาในทุกเรื่อง โดยจะเริ่มหลังวันที่ 20 ธ.ค.นี้