“สหพันธ์ขนส่ง” ยื่น 8 ข้อเสนอ ชงปรับโครงสร้างพลังงาน-คุมค่ากลั่น ลดต้นทุน

สหพันธ์ขนส่งฯ ยื่น 8 ข้อเสนอถึงกระทรวงพลังงาน เร่งปรับโครงสร้างราคาพลังงาน คุมค่าการกลั่น ทบทวนกองทุนน้ำมัน และปรับโลจิสติกส์ หวังลดต้นทุนภาคขนส่ง ท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันโลกจากสงครามตะวันออกกลาง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 เม.ย.69) สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เข้าพบนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อยื่นข้อเสนอ 8 ประเด็นในการแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานในฐานะวาระแห่งชาติ

ทั้งนี้ สหพันธ์การขนส่งทางบกฯ ระบุว่า สถานการณ์พลังงานของไทยได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้ราคาน้ำมันในประเทศปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน และต้นทุนภาคธุรกิจ โดยเฉพาะภาคขนส่ง ขณะเดียวกัน ยังมีความกังวลต่อระดับน้ำมันสำรอง ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวม

สำหรับข้อเสนอของสหพันธ์การขนส่งทางบกฯ ประกอบด้วย

  1. เสนอให้รัฐบาล กระทรวงพลังงาน และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) และคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) เร่งปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ ครอบคลุมน้ำมัน ไฟฟ้า และก๊าซ ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน
  2. เสนอให้ใช้ราคาต้นทุนที่แท้จริงหน้าโรงกลั่น (Cost Plus) โดยแยกเป็นราคาจำหน่ายภายในประเทศที่สะท้อนต้นทุนจริงสำหรับผู้บริโภคในประเทศและการใช้อ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์ให้ใช้เฉพาะกรณีการส่งออกน้ำมัน
  3. เสนอให้กำหนดเพดานค่าการกลั่นและค่าการตลาด โดยอ้างอิงแนวทางในอดีต เช่น ค่าการกลั่นน้ำมันดีเซลไม่เกิน 1.50 บาทต่อลิตร และน้ำมันเบนซินไม่เกิน 1.80 บาทต่อลิตร โดยกรณีจำเป็นต้องปรับสูงกว่ากำหนด ให้มีการชี้แจงเหตุผลต่อคณะกรรมการเป็นรายกรณี
  4. เสนอให้พิจารณายกเลิกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ภายหลังชำระหนี้ครบถ้วน โดยให้เหตุผลว่า โครงสร้างปัจจุบันอาจเปิดช่องให้เกิดปัญหาการบริหารจัดการ และไม่เป็นไปตามบทบาทตามกฎหมาย
  5. เสนอให้รัฐบาลออกมาตรการจัดเก็บภาษีลาภลอยจากธุรกิจพลังงาน โดยเฉพาะโรงกลั่น เพื่อนำรายได้กลับเข้าสู่ภาครัฐหรือใช้ในช่วงวิกฤตพลังงาน
  6. เสนอไม่ให้รัฐบาลออกพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) กู้เงินวงเงิน 150,000 ล้านบาท เพื่อชดเชยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเห็นว่าอาจเพิ่มภาระหนี้สาธารณะโดยไม่จำเป็น
  7. เสนอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมัน การลักลอบส่งออก และปริมาณน้ำมันที่สูญหายจากระบบ พร้อมดำเนินคดีและนำทรัพย์สินหรือรายได้คืนสู่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
  8. เสนอให้ปรับปรุงระบบโลจิสติกส์การขนส่งน้ำมันทั้งระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน ประกอบด้วย 1. การขนส่งทางท่อในรูปแบบโครงข่ายศูนย์กลางและกระจาย (Hub & Spoke) 2. การขนส่งทางน้ำผ่านเรือบรรทุกน้ำมันและท่าเทียบเรือชายฝั่งและ 3.การขนส่งทางรถไฟในระบบรางคู่

Back to top button