โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” AH อัพประมาณกำไรปี 63-64 เพิ่ม รับอานิสงส์ยอดผลิตรถยนต์ฟื้น

โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” AH อัพประมาณกำไรปี 63-64 เพิ่ม รับอานิสงส์ยอดผลิตรถยนต์ฟื้น

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” รวบรวมบทวิเคราะห์เกี่ยวกับหุ้นบริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) หรือ AH หลังราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดปิดตลาดวานนี้ (18 พ.ย.) ที่ระดับ 16.70 บาท บวก 1.50 บาท หรือ 9.87% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 72.04 ล้านบาท

โดยบล.คิงส์ฟอร์ด ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” AH ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 20.40 บาท/หุ้น โดย AH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/63 ฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่คาดไว้มาก โดยพลิกเป็นกำไรสุทธิ 302 ล้านบาท จากไตรมาส 2/63 ที่ขาดทุนสุทธิ 631 ล้านบาท และไตรมาส 3/62 ที่กำไรสุทธิ 204 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48% เมื่อเทียบจากปีก่อน

ขณะที่จากผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนปี 2563 ที่ออกมาดีกว่าคาดจากการพลิกฟื้นอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 3/63 จึงพิจารณาปรับเพิ่มประมาณการปี 2563 เป็นกำไรสุทธิ 168 บาท จากเดิมที่คาดว่าจะขาดทุนสุทธิ 91 ล้านบาท และปรับเพิ่มกำไรปี 2564 ขึ้นจากเดิม 130% เป็น 839 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 389% เมื่อเทียบจากปีก่อน)

โดยมีปัจจัยหนุนจากลูกค้าค่ายรถยนต์กลับมาเร่งการผลิต ซึ่งเป้าหมายการผลิตรถยนต์ในปี 2563 ของ ส.อ.ท.คาดไว้อยู่ที่ 1.4 ล้านคัน (ลดลง 30% เมื่อเทียบจากปีก่อน) ดังนั้นยอดการผลิตในไตรมาส 4/63 จึงมีโอกาสขยายตัว 23% เมื่อเทียบจากปีก่อน อยู่ที่ราว 4.4 แสนคัน ส่งผลกำไรปกติของบริษัทในไตรมาส 4/63 มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน (กำไรสุทธิอาจถูกกระทบจากผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนเนื่องจากค่าเงินบาทแข็งค่า) โดยการใช้กำลังผลิตของ AH เพิ่มเป็นสองกะใกล้กับช่วงไตรมาส 1/63

ส่วนฐานการผลิตในประเทศโปรตุเกส บริษัทอาปิโก ไมอากลับมาถึงจุดคุ้มทุนแล้วส่วนธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์จะได้แรงหนุนจากตลาดในประเทศไทยที่ดีขึ้น และในประเทศมาเลเซียทยอยฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นลดภาษีรถยนต์ใหม่จนถึงสิ้นเดือนธ.ค.63 และการขยายธุรกิจจำหน่ายรถยนต์โปรตอน

สำหรับการเติบโตในปี 64 จะมาจากยอดขายที่ฟื้นตัวตามภาวะตลาด โดยคาดยอดผลิตรถยนต์ในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.50 ล้านคัน (เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบจากปีก่อน ) และรักษาอัตรากำไรผ่านการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “T-BUY” หุ้น AH ราคาเป้าหมาย 15.50 บาท/หุ้น โดย AH ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/63 มีกำไรฟื้นตัวแรง และ กลับมาดีกว่าช่วงก่อนเกิดวิกฤต Covid-19 เท่ากับ 302 ล้านบาท ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนที่ขาดทุน 631 ล้านบาท และ ปี 2562 เพิ่มขึ้น 48% เมื่อเทียบจากปีก่อน ถ้าหากตัดกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 52 ล้านบาท จะมีกำไรปกติที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดีเท่ากับ 250 ล้านบาท ดีกว่า Consensus ที่คาดจะมีกำไร 60 ล้านบาท

โดยผลประกอบการได้แรงหนุนจากยอดขายที่เติบโตดีกว่าตลาดรวม 4,682 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 136% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบจากปีก่อน) ซึ่งลูกค้าหลัก คือ Isuzu D-Max ได้มีการเปิดตัวรถ Model ใหม่ปลายปีก่อน มียอดขายที่ดีกว่าช่วงเกิด Covid-19  อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 10% จากติดลบ-13.2% ในไตรมาสก่อน และ 8.9% ในปีก่อน จากการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น และ การพัฒนาประสิทธิภาพ ผลประกอบการยังได้แรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนไตรมาสนี้พลิกกลับมาเป็นบวกได้เท่ากับ 49 ล้านบาท จากไตรมาสก่อน และ ปีก่อนที่ขาดทุนเท่ากับ 91-92 ล้านบาท  และ รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นเป็น 163 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบจากปีก่อน)

ทั้งนี้จากคำชี้แจงงบการเงินของ AH ระบุว่า คำสั่งซื้อของลูกค้าได้กลับมา และ ปัจจุบันบริษัทฯ มีการดำเนินการผลิตเป็นสองกะส่งผลให้ผลการดำเนินงานเริ่มกลับมาเป็นไปตามประมาณการประจำปีที่ได้มีการปรับใหม่  และ ทางบริษัทฯ คาดว่าผลการดำเนินงานที่เหลือในปีนี้จะปรับตัวดีขึ้น

โดยปีนี้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศประเมินยอดผลิตรถยนต์เท่ากับ 1.4 ล้านคัน นั้น คือ ไตรมาส 4Q63 จะมียอดผลิตรถยนต์ที่ฟื้นตัวดีเท่ากับ 440,000 คัน (เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบจากไตรก่อน) จะช่วยหนุนให้ผลประกอบการของ AH ดีขึ้นต่อ

สำหรับปี 2564 ประเมินยอดผลิตรถยนต์จะฟื้นตัวดีขึ้นสู่ระดับ 1.55 ล้านคัน เติบโต 10% เมื่อเทียบจากปีก่อน แต่ยังต่ำกว่าระดับปกติประมาณ 2 ล้านคัน  และได้ปรับประมาณการ AH เพิ่มขึ้น ประเมินกำไรปีนี้ 260 ล้านบาท ดีขึ้นจากปีก่อนที่ขาดทุน 181 ล้านบาท และ กำไรปี 2564 เท่ากับ 527 ล้านบาท เติบโต 103%

คำค้น