เริ่มหมดมุก

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในห้วงเวลาของการปรับสมดุล มักมีอาการตื้อ ๆ ตัน ๆ เหมือนจะไปต่อไม่ไหวนั้น “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องปกติสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้น เพราะไม่มีประเด็นใหม่ ๆ ช่วยบิลต์อารมณ์ ซึ่งจะทำให้ดัชนีกวัดแกว่งถี่ขึ้นไปอีก จึงควรเตรียมพร้อมสำหรับการโยกหุ้นไปมาของนักลงทุนสถาบัน และไม่ควรหลงเข้าไปเล่นเกมของคนอื่น หากไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเรื่องราวทั้งหมดนะคะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในห้วงเวลาของการปรับสมดุล มักมีอาการตื้อ ๆ ตัน ๆ เหมือนจะไปต่อไม่ไหวนั้น “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องปกติสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้น เพราะไม่มีประเด็นใหม่ ๆ ช่วยบิลต์อารมณ์ ซึ่งจะทำให้ดัชนีกวัดแกว่งถี่ขึ้นไปอีก จึงควรเตรียมพร้อมสำหรับการโยกหุ้นไปมาของนักลงทุนสถาบัน และไม่ควรหลงเข้าไปเล่นเกมของคนอื่น หากไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเรื่องราวทั้งหมดนะคะ

*วันนี้จึงมีเวลารำลึกความหลังตลาดหุ้นไทยอย่างเต็มที่ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นในชั่วโมงนี้ ไม่มีอะไรตื่นเต้นจนแทบหยุดหายใจ หรือแม้กระทั่งม็อบฮาร์ดคอร์ ก็เป็นเรื่องเก่าที่ในอดีตเคยเห็นกันมาแล้ว “โมนิก้า” ถึงรู้สึกเฉย ๆ  ที่แต่ละฝั่งมักกล่าวอ้างความชอบธรรม โดยไม่สนใจความ “ฉิบ..าย” ที่ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตของคนอื่น และที่บัดซบไปกว่านั้นคงเป็นการกระทำที่เกินขอบเขต แต่ดันอ้างประชาธิปไตยแบบหน้าด้าน ๆ..มันใช่เหรอจ๊ะ

*ประเด็นที่กล่าวอ้างข้างต้นอาจไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ต้องเม้าท์ถึงมากนิดหนึ่งเพื่อทำให้แฟนคลับเห็นว่า คนทำธุรกิจก็ตั้งหน้าทำธุรกิจอย่างเต็มที่ และตลาดหุ้นก็ตอบรับเรื่องธุรกิจมากกว่าเห็น ๆ ส่วนพวกที่ทำการเมืองแบบสุดซอย ก็เล่นเกมสกปรกต่อไปเรื่อย ๆ “โมนิก้า” ถึงมองการเมืองไทยวันนี้ยังระยำเหมือนเดิม และไม่มีอะไรแตกต่างจากก่อนหน้านี้สักอย่าง (ไม่เคยเห็นการเมืองแบบสร้างสรรค์สักที)..อิอิอิ

*โชคดีที่ประเทศไทยมีบริษัทจดทะเบียนที่เข้มแข็ง และมีประสบการณ์จากม็อบหลากสี จึงเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม และการทะยานขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,364.59 จุด บวกไป 14.78 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.69 หมื่นล้านบาท น่าจะการันตีได้ว่า “โนสน โนแคร์ โนม็อบ” เพราะสิ่งที่ตลาดหุ้นสนใจมากสุดคือ ไตรมาส 4 จะมีเม็ดเงินทางเศรษฐกิจสะพัดแค่ไหน ? เพราะมันหมายถึงโอกาสที่หุ้นไทยจะไปต่อในปี 64  เปิดกว้างขนาดไหนพะยะค่ะ

*ออกอาการเป๋สุด ๆ คงมองไปที่ AMANAH เป็นรายแรกของการเสวนาในครั้งนี้ เพราะการทรุดตัวลงมาปิดที่ 2.68 บาท ลบไป 0.16 บาท หรือลงไป 5.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 142 ล้านบาท เหมือนแสดงอาการผิดหวังที่ไม่ได้รับการคัดเลือก และหมดสิทธิ์ไปต่อยาว ๆ ผนวกกับตัวผู้เล่นที่เป็นแกนหลักเปิดตูดแน่บไปกันหมดแล้ว จึงเป็นเรื่องท้าทายสำหรับคนที่ยังกอดหุ้นไว้เต็มพอร์ตนะนายจ๋า !

*ส่วนรายที่น่าแปลกใจสุด ๆ “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น JKN ภายใต้การกุมบังเหียนของ “เจ๊แอน” ถูกรินหุ้นออกมาเรื่อย ๆ จนราคาหุ้นลงมาพักตัวที่บริเวณ 9.05 บาท ลบไป 0.20 บาท หรือลงไป 2.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 143 ล้านบาท สวนทางกับผลงานไตรมาส 3 โตกระหึ่ม ขณะที่ผลงานงวด 9 เดือนก็สวยเลิศ จึงอยากให้แฟนคลับติดตามสถานการณ์ของธุรกิจยังปังไหม ? (หุ้นซึมลงต้องมีสาเหตุ) นะคะ

*คล้ายกับจอมเล่นลิ้นตัวพ่อ STARK พยายามปั่นกระแสขึ้นมาใหม่ แต่เผอิญนักเล่นส่วนใหญ่ไหวตัวทัน และบางกลุ่มเคยโดนหักหลังมาหยก ๆ จึงมองการไล่ราคาเพื่อได้วอร์แรนต์ไม่คุ้มเอาเสียเลย วานนี้เลยโดนจัดชุดเล็กเพื่อเป็นการสั่งสอน “เฮีย ช.” ให้เลิกเพ้อฝันเสียที เพราะการขึ้นมายืนปิดที่ 1.80 บาท ลบไป 0.02 บาท หรือลงไป 1.10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 325 ล้านบาท น่าจะเป็นการบอกใบ้ให้รู้ว่า สุดทางจริง ๆ นะตัวเอง

*อีกรายที่ทำท่าจะไปไม่ไหว แต่ดึงดันที่จะเดินหน้าขึ้นไปให้ได้ “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น OSP เพื่อชี้ให้แฟนคลับได้เห็นอาการซึมลง 2 วันติด พร้อมกับแรงขายที่มีออกมาประปรายตลอดเวลา มันเป็นเรื่องที่รบกวนจิตใจผู้เล่นอย่างมาก เดี๊ยนถึงมองการยืนปิดเสมอตัวที่ระดับ 37 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 461 ล้านบาท ท่ามกลาง P/E 32 เท่า เป็นเรื่องหนักใจสำหรับคนเล่น แต่ในมุมของการเล่นรอบ กลับน่าสนใจสุด ๆ ไงล่ะค่ะ

*เหมือนกับในรายของโดดเดี่ยวผู้น่ารัก BTS พยายามถีบตัวขึ้นตลอดเวลา แต่ดันมีแรงขายกดลงมาเป็นระยะ โมเมนตัมของหุ้นเลยออกอาการเป๋เล็กน้อย และเป็นต้นเหตุทำให้ราคาหุ้นลงมาปิดเสมอตัวที่ระดับ 10.40 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 666 ล้านบาทแบบช่วยไม่ได้ แถมยังต้องเผชิญมรสุมข่าวลบที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน แต่พรายกระซิบก็ยังเชื่อว่า เฮีย ค. น่าจะเอาอยู่ ! เพราะฝีมือระดับขงเบ้งลุยเอง..มีทางออกเสมอจ้า !