ฝรั่งจัดชุดใหญ่!

*ก่อนอื่น “โมนิก้า” ขออารัมภบทความในใจเพื่อให้แฟนคลับได้เห็นความปลาบปลื้มใจที่ได้เห็นดัชนีวิ่งขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 1,420.43 จุด บวกไป 31.09 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.05 แสนล้านบาทเป็นลำดับแรก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเที่ยวนี้เหมือนเป็นการลบล้างความคับข้องใจที่มีต่อตลาดหุ้นไทยจนหมดเกลี้ยง พร้อมกับเปิดโลกทัศน์ใบใหม่ให้กับแมงเม่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งส่งผลให้ปัญหาการเมืองในประเทศกลายเป็นเรื่องสิว ๆ ในทันทีพะยะค่ะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*ก่อนอื่น “โมนิก้า” ขออารัมภบทความในใจเพื่อให้แฟนคลับได้เห็นความปลาบปลื้มใจที่ได้เห็นดัชนีวิ่งขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 1,420.43 จุด บวกไป 31.09 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.05 แสนล้านบาทเป็นลำดับแรก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเที่ยวนี้เหมือนเป็นการลบล้างความคับข้องใจที่มีต่อตลาดหุ้นไทยจนหมดเกลี้ยง พร้อมกับเปิดโลกทัศน์ใบใหม่ให้กับแมงเม่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งส่งผลให้ปัญหาการเมืองในประเทศกลายเป็นเรื่องสิว ๆ ในทันทีพะยะค่ะ

*สาเหตุที่เดี๊ยนต้องแตะการเมืองสักนิดหนึ่ง เพราะต้องการสื่อให้ทุกคนได้เห็นภาพความชอบธรรมในการทำม็อบไปป่วนที่โน่นที่นี่ ค่อนข้างเลยจุดที่ผู้มีอำนาจจะรับได้แล้ว (เลิกเล่นเป็นเด็กขายของเสียที) ผนวกกับกระบวนการหลายอย่างกำลังเดินไปตามขั้นตอน จึงกลายเป็นเกมที่ฝั่งรัฐบาลค่อนข้างมีแต้มต่อในทุกเรื่องที่ม็อบกล่าวอ้าง “โมนิก้า” ถึงอยากจะเตือนน้อง ๆ ลูก ๆ หลาน ๆ หยุดเถอะ ! ไม่เช่นนั้นอาจมีจุดจบเหมือน “โจชัว หว่อง” นะคะ

*ย้อนกลับมาที่ความในใจที่ได้เกริ่นนำกันไว้ดีกว่า เพราะสิ่งที่อยากจะเผยมากสุด มันมีจุดเริ่มต้นจากดัชนีพุ่งพรวดขึ้นมายืนที่บริเวณ 1,250 จุดอย่างรวดเร็ว ต่อจากนั้นเปิดกระโดดขึ้นไปยืนเหนือ 1,300 จุดอย่างแข็งแกร่ง ก่อนจะซัดเปรี้ยงเดียวทะลุเพดาน 1,350 จุด พร้อมกับปรากฏภาพฝรั่งจัดชุดใหญ่ (วานนี้ซื้ออีก 2.76 พันล้านบาท รวมทั้งเดือน พ.ย. ซื้อทั้งสิ้น 3.40 หมื่นล้านบาท) แบบไม่ลังเลใจ จึงเป็นการย้ำหัวหมุดว่า ต่างชาติกลับมาแล้วเจ้าค่ะ

*ในเมื่อประเด็นข้างต้นว่าด้วยเรื่องเงินทุนไหลเข้าเป็นหลักใหญ่ใจความสำคัญ “โมนิก้า” จึงไม่วอร์รี่ระยะเวลาที่ดัชนีจะยืนเหนือระดับ 1,400 จุดนานแค่ไหน ? เพราะเมื่อคำนวณจากเม็ดเงินที่จะไหลเข้าตลาดหุ้นไทยแสนล้านบาท ย่อมเป็นเครื่องการันตีแนวรับข้างต้นน่าจะเอาอยู่ ! ประกอบกับวันนี้ทุกคนให้น้ำหนักที่หุ้นแลกการ์ดอย่างพร้อมเพรียง เท่ากับเป็นแรงหนุนให้ดัชนีเดินหน้าขึ้นไปสร้างฐานใหม่ที่สูงขึ้นกว่าเดิมนะจะบอกให้

*โดยเฉพาะในรายของ PTTEP พุ่งพรวดขึ้นมาปิดที่ 98.50           บาท บวกไป 4.75 บาท หรือขึ้นไป 5% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.38 พันล้านบาท กลายเป็นจุดที่ทำให้แมงเม่าแฮปปี้กันอย่างถ้วนหน้า เพราะเป็นเวลานานถึง 9 เดือนที่ไม่ได้เห็นราคาหุ้นขึ้นมายืนปิดบริเวณนี้ และเรื่องนี้ก็ทำให้เดี๊ยนจินตนากาต่อไปอีกขั้นหนึ่งว่า ราคาหุ้นน่าจะวิ่งกลับขึ้นไปหาฐานเก่าบริเวณ 120 บาทในเร็ว ๆ นี้นะตัวเอง

*ประเด็นข้างต้นทำให้นึกถึงแบงก์รัฐ KTB ขึ้นมาในทันที ! เพราะเป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์เต็ม ๆ จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลพยายามเข็นออกมา “โมนิก้า” ถึงมองการขึ้นมาปิดที่ระดับ 11.20 บาท บวกไป 0.60 บาท หรือขึ้นไป 5.65% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.30 พันล้านบาท น่าจะเป็นใบเบิกทางที่จะทำให้หุ้นวิ่งขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 12 บาทอีกครั้งในรอบ 5 เดือนครึ่งนะจ๊ะ

*เม้าท์ถึงเรื่องความหวังขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ต้องหันไปมองพ่อดอกมะลิ JAS เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับนักเล่นกันอีกนิดหนึ่ง เพราะการวิ่งขึ้นมาปิดที่ 3.38 บาท บวกไป 0.46 บาท หรือขึ้นไป 15.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.74 พันล้านบาท มันมาจากการแก้เกมหุ้นที่ตกหนักสุด ๆ ด้วยการจ่ายปันผลระหว่างกาล ซึ่งเป็นตัวแปรที่ทำให้รู้ว่า ได้เวลาเล่นรอบใหม่อย่างแน่นอนพะยะค่ะ

*เช่นเดียวกับในรายของ SSP ทะยานขึ้นมาปิดที่ระดับ 9.55 บาท บวกไป 0.70 บาท หรือขึ้นไป 7.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 150 ล้านบาท ท่ามกลางผลงานแต่ละไตรมาสสุดแสนจะยอดเยี่ยมแบบนี้ “โมนิก้า” ย่อมเห็นด้วยกับการไล่ราคาแบบดุดัน จนทำให้หุ้นแรลลี่ยาวไปถึงสิ้นปี 63 เพราะเมื่อดูการเทรดของหุ้นบนค่า P/E 11 เท่า เทียบกับการเติบโตในปี 64 เป็นที่ตั้ง เดี๊ยนมองมุมไหนก็ยังเห็นว่า ราคาถูกวันยังค่ำ..อิอิอิ

*เรื่องข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” นึกถึงหุ้นทีเด็ดอย่าง BJC ภายใต้การกุมบังเหียนของเฮีย “อัศวิน” ขึ้นมาในทันที เพราะเป็นหุ้นอีกหนึ่งตัวที่ได้รับผลดีจากฝรั่งลุยหุ้น หรือแม้กระทั่งเศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวอย่างช้า ๆ ก็ทำให้บริษัทรับเนื้อ ๆ เน้น ๆ เช่นกัน เดี๊ยนถึงอยากให้แฟนคลับมองราคาปิดที่ 37 บาท บวกไป 2.75 บาท หรือขึ้นไป 8% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 860ล้านบาท เทียบกับจุดที่เคาะหุ้นกันบ่อย ๆ บริเวณ 40-45 บาท มันน่าสนใจอะป่าว ?..ลองไปคิดกันดูนะจ๊ะ