GRAMMY กับม้าแก่ชำนาญทาง

วิบากรรม “ทีวีดิจิทัล” ที่หลายบริษัทกำลังเผชิญกันอยู่ขณะนี้ ทำให้ธุรกิจทีวีดิจิทัลที่เคยประมูลแย่งชิงใบอนุญาตกันอย่างดุเดือดเลือดพล่านเมื่อ 7 ปีก่อน กลายเป็น “ทุกขลาภ” ชนิดมิอาจปฏิเสธได้ แม้บางรายตัดใจถอนตัวไปอย่างรวดเร็ว และสบจังหวะอาศัยกฎหมายม.44 คืนช่องถอนตัวไปอีก 7 ราย ส่วนช่องที่เหลือ..ก็อยู่ในสถานะ “ถอนตัวไม่ทัน” จึงต้องแบกภาระช่วงสภาวะถดถอยกันต่อไป

เมกะเทรนด์ : สุภชัย ปกป้อง

วิบากรรม “ทีวีดิจิทัล” ที่หลายบริษัทกำลังเผชิญกันอยู่ขณะนี้ ทำให้ธุรกิจทีวีดิจิทัลที่เคยประมูลแย่งชิงใบอนุญาตกันอย่างดุเดือดเลือดพล่านเมื่อ 7 ปีก่อน กลายเป็น “ทุกขลาภ” ชนิดมิอาจปฏิเสธได้ แม้บางรายตัดใจถอนตัวไปอย่างรวดเร็ว และสบจังหวะอาศัยกฎหมายม.44 คืนช่องถอนตัวไปอีก 7 ราย ส่วนช่องที่เหลือ..ก็อยู่ในสถานะ “ถอนตัวไม่ทัน” จึงต้องแบกภาระช่วงสภาวะถดถอยกันต่อไป

ที่เลวร้ายกว่านั้น “เคราะห์ซ้ำกรรมซัด” สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ยิ่งตอกย้ำการอับแสงของธุรกิจทีวีดิจิทัลมากยิ่งขึ้น แม้ไม่ต้องแบกรับภาระค่าใบอนุญาต แต่ด้วยเม็ดเงินโฆษณาที่แห้งเหือดหายไป ทำให้แต่ละค่ายจึงตกอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า “กลืนไม่เข้าคายไม่ออก” คงไม่ผิดนัก.!!

ผลพวงดังกล่าว GMM25 (ช่อง 25) ที่อยู่ภายใต้บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล จำกัด (ที่มีบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAMMY ของ “อากู๋” ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ถือหุ้น 50% และบริษัท สิริดำรงธรรม จำกัด ของ “เจ้าพ่อน้ำเมา” เจริญ สิริวัฒนภักดี ถือหุ้น 50%) ต้องแบกภาระการขาดทุนเฉลี่ยปีละ 400-500 ล้านบาท แม้ช่วงที่ผ่านมา พยายามปรับโครงสร้างภายในและลดค่าใช้จ่ายลง แต่ก็ดูเหินห่างคำว่า “กำไร” มากขึ้นทุกที

ล่าสุด “อากู๋” จึงตัดสินใจปรับโครงสร้าง GMM25 อีกครั้ง ด้วยการตัดขายหุ้นบริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล จำกัด (GMMCH) ให้กับบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จํากัด หรือ ONE  (เจ้าของช่อง one31) ที่มีบริษัท ประนันท์ภรณ์ จำกัด ของ “เสี่ยเจริญ” ถือหุ้น 50% ตามด้วย GRAMMY ถือหุ้น 31.27% และ “บอย” ถกลเกียรติ วีรวรรณ ถือหุ้น 18.73%

นั่นหมายถึง GRAMMY ถือหุ้น GMMCH ทางอ้อมผ่าน ONE และถือหุ้น GMM25 จะถือหุ้นผ่านบริษัท จีเอ็มเอ็ม โฮลดิ้งส์ จำกัด (GMMHD) ที่ GRAMMY เองถือหุ้น 100% โดยลิขสิทธิ์ในการทำตลาด การดำเนินงานและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของช่อง GMM25 จะถูกโอนไปอยู่ที่ ONE โดยตามเงื่อนไขช่อง GMM25 จะมีรายได้จาก ONE ไม่เกิน 70 ล้านบาทต่อปีหรือประมาณ 630 ล้านบาท (รวม 9 ปีก่อนไลเซ่นส์หมดอายุปี 2572)

จากดีลนี้ทำให้ GRAMMY ไม่ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายปีละกว่า 1,000 ล้านบาท ที่เกิดขึ้นจาก GMM25 อีกต่อไป แต่กลับมีรายได้กินเปล่าปีละ 70 ล้านบาท จาก ONE ตลอดช่วง 9 ปีนับจากนี้จนกว่าไลเซ่นส์จะหมดอายุปี 2572 แน่นอนผู้ที่ต้องมาร่วมอุ้มภาระค่าใช้จ่าย GMM25 คือ “บอย” ถกลเกียรติ วีรวรรณ (จากเดิมดูแลแค่ช่อง one31) ต่างจาก “อากู๋” มิต่างอะไรกับเสือนอนกินช่อง GMM25 นั่นเอง

ต่างจาก “เจ้าสัวเจริญ” แม้จะปลดเปลื้องความรับผิดชอบผลขาดทุนใน GMM25 ออกไป แต่ด้วยสัดส่วนถือหุ้นใน ONE 50% ทำให้ยังต้องแบกรับภาระค่าใช่จ่ายที่รับโอนจากช่อง GMM25 เพิ่มขึ้น แต่ GRAMMY ของ “อากู๋” แม้ต้องร่วมรับผิดชอบ ONE ในฐานะถือหุ้น 31.27% แต่ถือว่าน้อยกว่าเมื่อเทียบโครงสร้างธุรกิจแบบเดิม

นั่นจึงทำให้ GRAMMY ระบุชัดว่า การเข้าทำธุรกรรมดังกล่าว ทำให้บริษัทมีเงินทุนเพียงพอเพื่อขยายธุรกิจและการลงทุนในอนาคต ที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า และชำระคืนเงินกู้ เพื่อลดดอกเบี้ยและลดภาระการค้ำประกัน รวมถึงลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายของ GMM25 ส่งผลให้บริษัทมีฐานะทางการเงินที่มั่นคงมากขึ้น

นี่คือบทเรียนที่ทำให้เห็นถึงความเป็น “ม้าแก่ชำนาญทาง” ของ “อากู๋” ที่มัก “ฝ่าวงล้อมวิกฤติ” ได้เสมอ..ส่วนคนอื่นจะเป็นอย่างไร..!? นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง..!!??