“ฟินันเซีย” เชียร์ “ซื้อ” ZIGA-DOHOME อัพเป้า-ปรับประมาณกำไร ขานรับราคา “เหล็ก” พุ่ง

“ฟินันเซีย” เชียร์ “ซื้อ” ZIGA-DOHOME อัพเป้า-ปรับประมาณกำไร ขานรับราคา “เหล็ก” พุ่ง

บล.ฟินันเซียไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ZIGA พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 4.30 บาท จาก 3.40 บาท โดยมีปัจจัยบวกจากราคาสินแร่เหล็ก (Iron Ore) ในตลาดสินค้าล่วงหน้า Dalian Commodities Exchange ในประเทศจีนปรับตัวขึ้นถึง 19% ในช่วงเวลาเพียง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 1,194 หยวนต่อตัน (21 ธ.ค. 2563) สูงสุดเป็นประวัติการณ์จากความกังวลด้านปัญหา Supply หลังเกิดเหตุพายุหนักในออสเตรเลียฝั่งตะวันตกในสัปดาห์ที่ผ่านมากระทบการขนส่งให้หยุดชะงัก

โดยราคาสินแร่เหล็กยังพุ่งสูงขึ้นต่อหลังจาก Vale (บราซิล) ผู้ผลิตสินแร่เหล็ก รายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ได้ปรับลดประมาณการการผลิตสินแร่เหล็กปี 2563 ลงเป็น ครั้งที่ 3 ของปีนี้เหลือ 300-305 ล้านตัน (ทรงตัวจากปีก่อน) จากเดิม 310-330 ล้านตัน และตั้งเป้าผลิตเพิ่มขึ้นเพียง 7% จากปีก่อน เป็น 315-333 ล้านตันในปี 2564

ขณะที่ความต้องการจากจีนมีสูงมากจากการเร่งฟื้นฟูประเทศและสินค้าคงคลังของจีนลดลงอยู่ใน ระดับต่ำทั้ง Iron Ore และเหล็กแผ่นรีดร้อน

ส่วนสถานการณ์ราคาเหล็กที่สูงกว่าคาดการณ์เดิมและค่าเงินบาทที่แข็งค่า เป็นบวกต่อ อัตรากำไรของผู้ผลิตและจำหน่ายท่อเหล็กโครงสร้าง Pre-zinc อย่าง ZIGA เพราะ กำหนดราคาขายแบบ Cost plus นอกจากนี้ แผนการขยายช่องทางการจำหน่ายปลีก อาจทำได้เร็วกว่าที่คาดจากการเร่งขยายการลงทุนโดยน่าจะได้เห็นสาขาใหม่ 2-3 แห่ง ตั้งแต่ในไตรมาส 4/63 รายได้จากสาขาใหม่จะช่วยชดเชยวันทำงานที่น้อยลงในเดือน ธ.ค. ได้ จึงปรับประมาณกำไรสุทธิปี 2563-65 ขึ้น 6.7%, 10.4% และ 12.2% เป็น 117.0 ล้านบาท (+231.9% จากปีก่อน), 147.4 ล้านบาท (+25.9% จากปีก่อน) และ 160.5 ล้านบาท (+8.9% จากปีก่อน) ตามลำดับ

โดยหลักๆ มาจากการปรับเพิ่มรายได้ 2.4% และเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น 70-120bps แนวโน้มกำไรไตรมาส 4/63 น่าจะดีกว่าคาด ประเมินไว้ 37.6 ล้านบาท -8.1% จากไตรมาสก่อน, +1,178.0% จากปีก่อน เป็นอีกหนึ่งไตรมาสที่น่าประทับใจ

นอกจากนี้ บริษัทปรับเพิ่มกำไรและราคาเป้าหมายปี 2564 ของบริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME โดยคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2563 ไว้ที่ 688 ล้านบาท (-5.2% จากปีก่อน) และปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2564-65 ขึ้น 7.2% – 8% เป็นการเติบโต 40.1% จากปีก่อน และ 14.9% จากปีก่อน ตามลำดับ จาก 1) ปรับเพิ่ม SSSG เป็นปีละ 3% จากปีก่อน จากเดิม 2% จากปีก่อน 2) ปรับเพิ่มสมมติฐานรายได้จากสาขาใหม่ขึ้นราว 20%

และ 3) ปรับเพิ่มสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นปี 2564 ขึ้น 20bps เป็น 16.7% ให้ ใกล้เคียงกับปี 2562 ที่ทำได้ 16.6% ส่วนหนึ่งมาจากอานิสงส์ของราคาเหล็กที่ปรับขึ้น เป็นบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้นในช่วงครึ่งแรกของปี 64 และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2564 ขึ้นเป็น 17 บาท จากเดิม 15 บาท (อิง DCF, WACC 7.1%, Risk Premium 9%, LTG 3%)

คำค้น