ดันสุดซอย ?

* ก่อนอื่นต้องเล่าให้แฟนคลับขาประจำของ “โมนิก้า” ฟังแต่เนิ่น ๆ ก่อนว่า การเข้ามาซื้อของกองทุนในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทำให้สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยดีสุด ๆ จนทำให้เดี๊ยนสงสัยปัจจัยพื้นฐานที่เข้ามารองรับแน่นเปรี๊ยะขนาดไหน ? เพราะเมื่อมองดูจากปัจจัยรอบด้านที่เกิดขึ้น ก็ยังไม่มีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน จึงอยากให้นักเล่นต้องเผื่อใจกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ไว้บ้างนะคะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

* ก่อนอื่นต้องเล่าให้แฟนคลับขาประจำของ “โมนิก้า” ฟังแต่เนิ่น ๆ ก่อนว่า การเข้ามาซื้อของกองทุนในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทำให้สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยดีสุด ๆ จนทำให้เดี๊ยนสงสัยปัจจัยพื้นฐานที่เข้ามารองรับแน่นเปรี๊ยะขนาดไหน ? เพราะเมื่อมองดูจากปัจจัยรอบด้านที่เกิดขึ้น ก็ยังไม่มีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน จึงอยากให้นักเล่นต้องเผื่อใจกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ไว้บ้างนะคะ

* ยกเว้นนักเล่นมีแนวคิดไปข้างหน้า 3-6 เดือน ก็ถือเป็นจุดที่ต้องเล่นแบบไม่มีข้อโต้แย้ง เพราะคนส่วนใหญ่มีมุมมองเกี่ยวกับเศรษฐกิจทั่วโลกจะฟื้นตัวอย่างช้า ๆ จึงกลายเป็นตัวเร่งให้เงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามาจำนวนมหาศาล ผสานกับตลาดหุ้นไทยเป็นหนึ่งในตัวเลือกของตลาดเกิดใหม่ที่สำคัญ เลยทำให้ตลาดหุ้นไทยเริงร่าสุด ๆ เมื่อหายตกใจไงล่ะค่ะ

* งานนี้จะบอกเป็นเรื่องของปัจจัยพื้นฐานก็ไม่เชิง และจะบอกเป็นผลทางจิตวิทยา ก็พูดได้ไม่เต็มปาก หรือแม้กระทั่งจะบอกเป็นเรื่องเทคนิค ก็รู้สึกกระดากปาก เลยเอาเป็นว่า หลายอย่างมารวม ๆ กันดีกว่า ! ดัชนีถึงขึ้นมายืนปิดที่ 1,486.31 จุด บวกไป 34.79 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.82 หมื่นล้านบาท แถมยังทำให้นักเล่นฝันหวานไปไกลถึงขั้นที่ว่า 1,500 จุดอยู่แค่เอื้อมอีกด้วยแบบนี้..เร็วเกินไปไหมพี่ !

* โดยเฉพาะในรายของหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ตัวพ่อ DELTA กระชากขึ้นพรวดพราด “วันแล้ว วันเล่า” จนหุ้นขึ้นมายืนปิดที่ 684 จุด บวกไป 148 จุด หรือขึ้นไป 27.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.54 พันล้านบาท ท่ามกลางค่า P/E 120 เท่า “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่ไม่เมกเซนส์เอาเสียเลย แถมมีข่าวลือเกี่ยวกับออเดอร์สินค้าให้ได้ยินตลอดเวลา และเริ่มมีกลิ่นตุ ๆ โชยมาแต่ไกลอีกด้วยแบบนี้..แมงเม่าอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ หลบฉากกันก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ

* ขนาดหุ้นน้องใหม่ไฟแรงอย่าง KEX มีสตอรี่เติบโตปูทางไว้เรียบร้อย ยังต้องโดนทดสอบแรงขายตลอดทั้งวัน  จนสุดท้ายยืนปิดที่ระดับ 49.50 บาท ลบไป 1.75 บาท หรือลงไป 3.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.50 พันล้านบาท “โมนิก้า” กลับมองเป็นหุ้นที่น่าเล่นกว่ารายข้างตัว เพราะเห็นทิศทางของธุรกิจได้ชัดเจนกว่า และทุกคนก็สัมผัสถึงตัวธุรกิจได้ง่ายอีกด้วย จึงกลายเป็นหุ้นที่เหมาะต่อการเล่นสั้น ๆ ในระหว่างรอตัวเลขกำไรจะมาตามนัดนะคะ

* ส่วนรายที่มีข่าวดีเข้ามาไม่ขาดสายอย่าง SAWAD กลายเป็นหุ้นทรงสวยที่มีพื้นฐานรองรับเต็มประตูหน้าต่าง เดี๊ยนเลยไม่กังขากับการขึ้นมาปิดที่ระดับ 67.75 บาท บวกไป 3.25 บาท หรือขึ้นไป 5% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.68 พันล้านบาท เพราะเมื่อดูแวลูที่จะเพิ่มขึ้นจากการต่อยอดธุรกิจในมุมต่าง ๆ เลยทำให้ค่า P/E 20 เท่า ไม่ได้แพงเกินไปอย่างที่คิดหรอกค่ะ

* อีกรายที่เจ๋งเป้งสุด ๆ “โมนิก้า” ขอหันไปมองหุ้น IRPC เป็นรายถัดไปในทันที และเหตุผลที่หยิบยกหุ้นตัวนี้ขึ้นมาเม้าท์แตกเป็นเพราะเรื่องเทิร์นอะราวด์ ผสานกับเป็นหุ้นต่ำสิบที่ทุกคนเอื้อมถึง จึงมองราคาหุ้นที่ระดับ 3.80 บาท บวกไป 0.08 บาท หรือขึ้นไป 2.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.86 พันล้านบาทยังมีแก๊ปให้เล่นต่อ แถมเมื่อดูจากค่า BV 3.60 บาท เทียบกับราคาหุ้นในกระดาน เดี๊ยนบอกได้ทันทีว่า น่าสนใจสุด ๆ พะยะค่ะ

* ส่วนคนที่รักความโลดโผนสุด ๆ “โมนิก้า” ขอแนะนำหุ้นที่ไม่เคยพออย่าง MORE เป็นตัวเลือกสำหรับการเล่นเที่ยวนี้ เพราะตัวเลขที่ว่ากันว่าจะคัมแบ็ก เอาเข้าจริงจะทำได้เหมือนที่ร่ำลือกันหรือเปล่า ? เดี๊ยนเลยสงสัยการขึ้นมาปิดที่ 0.92 บาท บวกไป 0.07 บาท หรือขึ้นไป 8.25% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 164 ล้านบาท เพราะเมื่อเหลือบดู BV 0.04 บาท มันทำให้ทุกอย่างดูสวนทางกันชอบกลนะคะ

* เหมือนกับในรายของ ACAP ทะยานขึ้นมาปิดที่ระดับ 1.33 บาท บวกไป 0.27 บาท หรือขึ้นไป 25.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 121 ล้านบาท กลายเป็นจุดที่ทำให้เดี๊ยนต้องถามตัวเองว่า นักเล่นมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ? เพราะปัญหาหนี้สินหลายอย่างยังคาราคาซัง และแผนที่จะทำให้บริษัทคัมแบ็ก็ไม่ชัดเจน หรือว่า น้องโมตกข่าวสำคัญอะไรบางอย่างไปหรือเปล่า ?..ใครพอรู้ ช่วยชี้แนะทางสว่างด้วยนะจ๊ะ