สงคราม.! หุ้นจำนำทะเบียน

ช่วงหนึ่งเดือนก่อนเกิดความฮือฮาในแวดวงสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ จากกรณีธนาคารออมสินตกลงปลงใจกับบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD เพื่อรุกปล่อยกู้สินเชื่อจำนำทะเบียนรถดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งสั่นคลอนตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถได้ไม่น้อย...

สำนักข่าวรัชดา

ช่วงหนึ่งเดือนก่อนเกิดความฮือฮาในแวดวงสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ จากกรณีธนาคารออมสินตกลงปลงใจกับบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD เพื่อรุกปล่อยกู้สินเชื่อจำนำทะเบียนรถดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งสั่นคลอนตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถได้ไม่น้อย…

คราวนี้กลับมาฮือฮาอีกครั้ง ในแวดวงตลาดหุ้นในแง่ตัวหุ้นจำนำทะเบียนรถ ไม่ว่าจะเป็น SAWAD, บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC, บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AMANAH, บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC, บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER และบริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK ซึ่งอยู่ในตลาดอยู่แล้ว

ล่าสุดมีเจ้าเดิมแต่เป็นน้องใหม่เข้าตลาดหุ้นอย่าง บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ NTL (ลูกรักของแบงก์กรุงศรีฯ) ที่เตรียมแต่งตัวเข้าตลาด อยู่ระหว่างการยื่นไฟลิ่งกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

โดยจะเสนอขายขายหุ้นไอพีโอ 1.05 พันล้านหุ้น ราคาพาร์หุ้นละ 3.70 บาท คาดจะเข้าตลาดในปี 2564 นี้

ว่ากันว่า เงินติดล้อ นี่โปรไฟล์ไม่ธรรม…ดีกรีเป็นเบอร์ 3 ของตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถเชียวนะ เป็นรองก็แค่ MTC (เบอร์ 1) และ SAWAD (เบอร์ 2) เท่านั้น

ส่วนผลงานช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ก็น่าจับตา รายได้แม้จะถูกทิ้งห่างจากเบอร์ 1 แต่กลับสูสีกับเบอร์ 2 อย่าง SAWAD อยู่ในระดับ 7,000-9,000 ล้านบาทต่อปี

ส่วนกำไรเงินติดล้อนั้น โอเค…แม้ยังตามหลัง SAWADโดย SAWAD ปี 2560 กำไร 2,666 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 38.10% ปี 2561 กำไร 2,768 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 35.13% และปี 2562 กำไร 3,756 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 38.36%

ขณะที่เงินติดล้อ ปี 2560 กำไร 1,247 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 21.50% ปี 2561 กำไร 1,306 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 17.26% ส่วนปี 2562 กำไร 2,201 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 23.28%

อาจเป็นเพราะ SAWAD บริหารจัดการต้นทุนได้ดีกว่า…

แต่น่าจับตา หลังจากเงินติดล้อเข้าตลาดหุ้นมาแล้ว จะพลิกเกมปั้นรายได้และกำไรอย่างไรต่อไป..? จะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 2 หรือ กระโดดไปเป็นเบอร์ 1 ได้หรือไม่..?

แต่เบื้องต้นการที่เงินติดล้อเตรียมแต่งตัวเข้าตลาดหุ้นอย่างนี้ ในแง่ตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถมองได้ 2 มุม…มุมแรก เค้กก้อนนี้ที่มีมูลค่าประมาณ 1 แสนล้านบาท จะกลายเป็นทะเลแดงเดือด เกิดการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น แต่ละเจ้าจะงัดดอกเบี้ยถูกมาสู้กันเต็มที่ เพื่อจูงใจลูกค้า…เกิดเป็นสงครามราคา (ดอกเบี้ย) ซึ่งในมุมการตลาดก็ว่ากันไป

แต่ในมุมหุ้น ก็จะมีตัวเลือกมากขึ้น อีกหน่อยจะมีเงินติดล้อเข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก…

ขณะเดียวกันก็เป็นโจทย์ให้ผู้ประกอบการ 4-5 รายที่อยู่ในตลาดหุ้นอยู่แล้ว ต้องกระตุ้นตัวเอง หาวิธีปั๊มรายได้และกำไรให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวหุ้น…

ไม่เช่นนั้น จะกลายเป็นหุ้นที่ไร้เสน่ห์ ไม่มีใครเหลียวแลและจะเหี่ยวเฉาไปในที่สุด

แต่คนที่น่าจะได้ประโยชน์มากสุดคงเป็นนักลงทุน ซึ่งอย่างน้อย ๆ ก็มีทางเลือกใหม่ ๆ ไม่ต้องผูกติดกับหุ้นตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไป…

แหม๊…นับจากนี้หุ้นจำนำทะเบียนที่ร้อนแรงอยู่แล้ว คงร้อนฉ่ามากขึ้น

ระวังจะโดนไฟลวกมือไม่รู้ด้วยนะ…

…อิ อิ อิ…