เจ็บจนรู้ทาง!

*สาเหตุที่ทำให้ “โมนิก้า” เลือกพูดถึงประเด็น “เจ็บจนชิน” ขึ้นมาเป็นเรื่องหลัก เพราะต้องการสื่อให้เห็นสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มักมีความผันผวนในตัวของมันเองอยู่แล้ว จึงเชื่อว่า แฟนคลับข่าวหุ้นที่เคยผ่านศึกสงครามดังกล่าวจะรับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ในปี 64 ได้อย่างสบาย ๆ หลังประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ในระดับหนึ่งนะซี


เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*สาเหตุที่ทำให้ “โมนิก้า” เลือกพูดถึงประเด็น “เจ็บจนชิน” ขึ้นมาเป็นเรื่องหลัก เพราะต้องการสื่อให้เห็นสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มักมีความผันผวนในตัวของมันเองอยู่แล้ว จึงเชื่อว่า แฟนคลับข่าวหุ้นที่เคยผ่านศึกสงครามดังกล่าวจะรับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ในปี 64 ได้อย่างสบาย ๆ หลังประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ในระดับหนึ่งนะซี

*วันนี้ถึงต้องถามแฟนคลับว่า การที่ดัชนีทิ้งดิ่งลงมาถึงระดับ 1,425.48 จุด ก่อนจะเริ่มไต่ระดับขึ้นมาปิดที่ 1,468.24 จุด บวกไป 18.89 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.92 หมื่นล้านบาท บอกอะไรให้นักลงทุนได้รู้บ้าง ? และการมาของโควิดรอบใหม่ บอกให้เราต้องเตรียมตัวอย่างไร ? เหล่านี้เป็นข้อมูลที่อยากให้ทุกคนกลับไปคิดเป็นการบ้าน เพราะมันเป็นโจทย์เดิม ๆ ที่เคยทำกันมาแล้วพะยะค่ะ

*ประเด็นตรงนี้ทำให้ “โมนิก้า” ไม่ค่อยหนักใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เพราะมูฟเมนต์ดังกล่าวถูกบริหารจัดการความเสี่ยงเป็นที่เรียบร้อย จึงเหลือแค่แนวทางการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมเท่านั้น เดี๊ยนถึงพยายามให้ทุกคนเล่นในเกมที่ตัวเองถนัดเป็นที่ตั้ง เพื่อทำให้ทุกอย่างอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่คอนโทรลได้ และควรมองอะไรที่ยาวขึ้นมานิดหนึ่ง เพื่อช่วยให้การเล่นรอบทำได้ถูกจังหวะจะโคนเจ้าค่ะ

*เหมือนกับการทะยานขึ้นของหุ้น EA ก็มีพื้นฐานมาจากโปรเจกต์หลายอย่างจะเริ่มเห็นผลตั้งแต่ไตรมาส 1 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 2 และจะทำให้ตัวเลขทั้งปี 64 ออกมาไฉไล “โมนิก้า” ถึงมองการขึ้นมาปิดที่ 53.50 บาท บวกไป 4.25 บาท หรือขึ้นไป 8.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.51 พันล้านบาท เกิดจากจังหวะเวลาเอื้ออำนวยให้ล้วน ๆ และที่เหลือต่อจากนี้คือ ต้องรอผลลัพธ์จริงจะออกมาเหมือนที่คาดการณ์อะป่าว ?

*เช่นเดียวกับในรายของ CPF พุ่งพรวดพราดขึ้นมาปิดที่ 28.50 บาท บวกไป 1.75 บาท หรือขึ้นไป 6.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.96 พันล้านบาท ล้วนเกิดจากผลงานเป็นที่ประจักษ์คอยค้ำยัน หุ้นถึงวิ่งกลับขึ้นมาอีกครั้ง ส่วนจะวิ่งขึ้นไปถึงยอดเดิมบริเวณ 35 บาทได้หรือเปล่า ? “โมนิก้า” ขอแนะนำให้แฟนคลับติดตามดูกันเอาเอง ขืนเอาตามความคิดของเดี๊ยนเป็นที่ตั้ง ก็ต้องบอกให้ทุกคนรู้ว่า ยอดเดิมควรเป็นฐานใหม่ตั้งนานแล้ว (วันนี้พี/อียังไม่ถึง 10 เท่า) นะคะ

*ส่วนรายที่ “ลุ้นสนุก ลุ้นมัน” แถมยังเป็นหุ้นต่ำสิบที่เล่นกันได้ทุกคน “โมนิก้า” ขอเอ่ยถึงหุ้น IRPC แบบไม่ลังเลใจแม้แต่นิดเดียว แถมในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาก็เคาะกันไปมาบริเวณ 3.50-3.96 บาทเป็นส่วนใหญ่ เดี๊ยนถึงมองการขึ้นมาปิดที่ 3.86 บาท บวกไป 0.14 บาท หรือขึ้นไป 3.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.33 พันล้านบาท มันคือช็อตของการตามไปดูก็ได้ หรือจะรอดูหุ้นอ่อนตัวลงมาก่อนก็ได้ ขึ้นอยู่กับแฟนคลับชอบแบบไหนนะจ๊ะ

*ไหน ๆ ก็ยกเวทีให้หุ้นใหญ่เป็นพระเอกตั้งแต่ต้นปีกันแล้ว “โมนิก้า” ขอเอ่ยถึงแบงก์สีฟ้า KTB เพื่อทำให้แฟนคลับได้รับรู้สถานการณ์ก้ำกึ่งในทุกด้านกันสักหน่อย โดยเฉพาะในมุมของกำไรทรุดไปเกือบครึ่ง และปี 64 ก็คงทำผลงานได้แค่ประคองตัว เดี๊ยนถึงอยากให้แฟนคลับประเมินการยืนปิดที่ 11.20 บาท บวกไป 0.10 บาท หรือขึ้นไป 0.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 745 ล้านบาท เทียบกับเรื่องดังกล่าวข้างต้น และเทียบกับบุ๊กแวลูที่ระดับ 24 บาท..อันไหนมีน้ำหนักที่จะทำให้หุ้นไปได้มากกว่ากันพะยะค่ะ

*เช่นเดียวกับหุ้นเดินเรือ TTA พุ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 6.35 บาท บวกไป 0.70 บาท หรือขึ้นไป 12.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 573 ล้านบาท ก็เป็นช็อตที่มีเรื่องต้องคิดตามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “เทิร์นอะราวด์” ที่ทุกคนคาดหวังอย่างมาก หรือแม้กระทั่งบุ๊กแวลูที่ระดับ 9 บาท รวมทั้งการที่หุ้นวิ่งจากราคาฐานที่บริเวณ 3 บาท ล้วนเป็นเรื่องที่แฟนคลับต้องประเมินว่า อันไหนมีผลมากกว่ากัน..อิอิอิ

*ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องหันมามองหุ้น BCP เพื่อชี้ให้เห็นแนวทางการขึ้นก็มาคล้าย ๆ กับรายข้างต้น และการขึ้นมายืนปิดที่ 22.20 บาท บวกไป 1.60 บาท หรือขึ้นไป 7.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 347 ล้านบาท ย่อมเป็นจุดที่ทำให้สังคมสนใจมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในมุมของเที่ยวก่อนวิ่งขึ้นไปถึงระดับ 25 บาทแล้วย่อตัวลงเรื่อย ๆ  ส่วนเที่ยวนี้จะแก้มือด้วยการวิ่งแตะแล้วไป 30 บาทหรือเปล่า ?..ต้องติดตามดูนะจ๊ะ

Back to top button