ใหญ่เล็ก..ขยันซอย

*อันที่จริง “โมนิก้า” ไม่อยากจั่วหัวแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ จนทำให้ผู้คนคิดกันไปเองว่า สาวสวยมาดมั่นอย่างอีฉันเป็นสายเดอร์ตี้แอ๊บแบ๊ว! แต่ด้วยสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยที่บีบบังคับ จึงต้องสรรหาคำบรรยายที่พาดหัวโป้งเดียวทำให้รู้ว่า ตลาดหุ้นไทยเล่นสั้นกันแบบสุดซอย จึงขออนุญาตใช้คำดังกล่าว (เดี๋ยวพวกเกรียนคีย์บอร์ดจะไม่เข้าใจ)  เพื่อสื่อให้เห็นอารมณ์ของตลาดหุ้นไทยกำลังแปรปรวนอย่างหนักนะซี

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*อันที่จริง “โมนิก้า” ไม่อยากจั่วหัวแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ จนทำให้ผู้คนคิดกันไปเองว่า สาวสวยมาดมั่นอย่างอีฉันเป็นสายเดอร์ตี้แอ๊บแบ๊ว! แต่ด้วยสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยที่บีบบังคับ จึงต้องสรรหาคำบรรยายที่พาดหัวโป้งเดียวทำให้รู้ว่า ตลาดหุ้นไทยเล่นสั้นกันแบบสุดซอย จึงขออนุญาตใช้คำดังกล่าว (เดี๋ยวพวกเกรียนคีย์บอร์ดจะไม่เข้าใจ)  เพื่อสื่อให้เห็นอารมณ์ของตลาดหุ้นไทยกำลังแปรปรวนอย่างหนักนะซี

*ประกอบกับตลาดหุ้นไทยกำลังรอฟังข่าวดีใหม่ ๆ เข้ามาเติมเชื้ออารมณ์ ทำให้ระหว่างที่รอต้องซอยหุ้นถี่ยิบทุกจังหวะ เพราะการเก็บหุ้นข้ามคืนมันเป็นการเล่นที่เสี่ยงเกิน “โมนิก้า” จึงไม่ถือสาการเหวี่ยงตัวไปมาที่รุนแรงระหว่างวัน เพราะเหมือนเป็นการย้ำหัวหมุดให้ทุกคนได้รู้ว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีแก๊ปให้เล่นกันอีกหลายรอบ เลยไม่มีความจำเป็นต้องถอยร่นไปจนสุดกู่พะยะค่ะ

*ประการสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การเป็นนักลงทุนที่ดีต้องมีหุ้นเล่นสั้น ๆ ติดพอร์ตไว้ตลอดเวลา เพราะจะช่วยให้ผู้เล่นอ่านเกมในแต่ละวันได้ง่ายขึ้น รวมทั้งยังเข้าใจมูฟเมนต์ของตลาดหุ้นได้ดีขึ้น “โมนิก้า” ถึงเห็นพวกรายใหญ่ “ลากลง ลากขึ้น” กันอย่างสนุกมือ ส่งผลให้ดัชนีทรุดตัวลงไปที่ระดับ 1,466.05 จุด ก่อนจะวิ่งกลับขึ้นมาปิดที่ 1,506.65  จุด บวกไป 38.41 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.15 แสนล้านบาทกลายเป็นเรื่องปกติไงล่ะค่ะ

*โดยเฉพาะอาการฉวัดเฉวียดของหุ้นไฟฟ้า GPSC ถูกหยิบขึ้นมาถกสนั่นในหมู่นกกระจอกว่า การขึ้นมาปิดที่ 84.75 บาท บวกไป 5.75 บาท หรือขึ้นไป 7.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.69 พันล้านบาท มันเป็นเหตุการณ์ “ปกติ” หรือ “ไม่ปกติ” เพราะราคาที่ยืนปิดวานนี้ถือว่าเต็มแม็ก (พี/อี 40 เท่า) ผสานกับช่วงพีก ๆ ของธุรกิจก็อยู่แถว 85 บาท เดี๊ยนถึงอยากให้ขาลุยติดตามดูกันเอาเองจ้า !

*เหมือนกับเหตุการณ์ของหุ้นรับเหมา TTCL ทะยานพรวดพราด 2 วันติด จนสุดท้ายขึ้นมายืนปิดที่ 6.40 บาท บวกไป 0.85 บาท หรือขึ้นไป 15.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 285 ล้านบาท ล้วนมาจากธุรกิจเทิร์นอะราวด์ และราคาหุ้นก็ค่อย ๆ ตอบรับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 63 แต่มาสุดจัดปลัดบอกเอาอีตอนนี้ “โมนิก้า” เลยอยากให้แฟนคลับประเมินค่า P/BV 1.30 เท่า ยังมีแก๊ปให้ใส่กันอีกยกหรือเปล่า ?..ลองไปคิดกันดูนะจ๊ะ

*คล้ายกับกรณีของ WICE กระโดดขึ้นแรงเป็นวันที่สอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้เซื่องซึมมาโดยตลอด กลายเป็นประเด็นที่ทำให้ “โมนิก้า” ต้องหยิบยกขึ้นมาพูดก่อนใครเพื่อน เพราะการขึ้นมาปิดที่ 5.60 บาท บวกไป 0.35 บาท หรือขึ้นไป 6.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 311 ล้านบาท ท่ามกลางค่า P/E 22 เท่า พร้อมกับมีเรื่องราวกล่าวขานปากต่อปาก ธุรกิจโลจิสติกส์กำลังเป็นขาขึ้นแบบนี้..น่าเล่นต่อไหมเอ่ย ?

*เรื่องนี้ทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้นลูกของบางจากอย่าง BCPG ในทันที (วันก่อนเพิ่งพูดถึงหุ้นแม่) เพราะการวิ่งกระฉูดขึ้นมาปิดที่ 15.90 บาท บวกไป 1.80 บาท หรือขึ้นไป 12.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 598 ล้านบาท ท่ามกลางกระแสหุ้นพลังงานทางเลือกมาแรงสุด ๆ จึงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถปล่อยข้ามไปได้ ยิ่งได้เห็นการเทรดอยู่บนค่า P/E 18 เท่า ทั้งที่ในปี 64 มีแนวโน้มกำไรโตอีกแบบนี้..ชอบไม่ชอบก็แล้วแต่คุณพี่นะคะ

*เหมือนกับในรายของ CKP ถูกมือดีปัดฝุ่นขึ้นมาเล่นใหม่ พร้อมกับจุดประเด็นเรื่องผลงาน และมีการขยับเป้าราคาเหมาะสมอีกรอบ ก็เรื่องเป็นเรื่องที่ต้องว่ากันไป ! เพราะท้ายสุดก็ต้องวัดที่ผลงานจะอลังการงานสร้างเหมือนที่ร่ำลือกันหรือเปล่า ? “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับประเมินราคาปิดที่ 4.90 บาท บวกไป 0.38 บาท หรือขึ้นไป 8.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 403 ล้านบาท ทั้งที่เที่ยวก่อนก็จบแถว 5.20 บาท บอกอะไรให้รู้บ้าง..อิอิอิ

*ประเด็นนี้ทำให้ “โมนิก้า” เลือกที่จะหันมามองหุ้น IP เพื่อชี้ให้เห็นกองเชียร์ของหุ้นตัวนี้มีเยอะมาก ๆ หุ้นถึงกระชากขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ก่อนจะปิดไปที่ระดับ 14.80 บาท บวกไป 0.60 บาท หรือขึ้นไป 4.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 140 ล้านบาทอย่างง่ายดาย แถมโบรกเกอร์ยังมองเป้าด้านบนถึง 18 บาทเสียด้วย เดี๊ยนเลยอยากให้มิตรรักแฟนเพลงมองแก๊ปที่จะเล่นยังมีไหม ? หลังพี/อีของหุ้นขึ้นไปแตะ 37 เท่าแล้วนะซี