TPLAS คาดผลงานปี 64 โตเกิน 10% รับแผนอัพมาร์จิ้น-เจาะตลาดบรรจุภัณฑ์

TPLAS คาดผลงานปี 64 โตเกิน 10% รับแผนอัพมาร์จิ้น-เจาะตลาดบรรจุภัณฑ์

นายอภิรัตน์ ธีระรุจินนท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน) หรือ TPLAS เปิดเผยว่า บริษัทฯ วางกลยุทธ์การดำเนินงานเชิงรุกในปี 2564 โดยมุ่งเน้นเพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้าบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษบรรจุอาหาร ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าบรรจุภัณฑ์พลาสติก

รวมถึงเน้นกระตุ้นการจัดกิจกรรมทางการตลาดมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์นโยบายบริษัทฯ ที่ต้องการยกระดับศักยภาพการทำกำไรของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพ ให้สอดคล้องไปกับแผนการขยายกำลังการผลิตสินค้าบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษบรรจุอาหาร ที่เร่งเดินหน้าลงทุนซื้อเครื่องจักรใหม่เพิ่มเป็น 10 เครื่องจากปัจจุบันมีอยู่ 4 เครื่อง ใช้งบลงทุนประมาณ 2-3 ล้านบาท ส่งผลให้กำลังการผลิตสินค้าบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษบรรจุอาหาร จะเพิ่มขึ้นเป็น 31 ล้านใบต่อปีจากปัจจุบัน 12 ล้านใบต่อปี โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มทดสอบและเดินเครื่องได้เต็มกำลังการผลิตได้ช่วงกลางเดือน ก.พ. นี้

นอกจากนี้ บริษัทฯ เตรียม Rebranding ชื่อสินค้าบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษบรรจุอาหาร ภายใต้ชื่อ “B e a t B o x” จากเดิม “B-LEAF” ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงกลางเดือน ก.พ. นี้เช่นกัน เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ และตอบสนองในการเข้าถึงความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น

“จากแผนการมุ่งเน้นเพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้าบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษบรรจุอาหาร ทำให้ล่าสุดบริษัทฯ ก็อยู่ระหว่างศึกษาแผนเพิ่มไลน์ผลิตใหม่ ที่เป็นบรรจุภัณฑ์กระดาษประเภท จาน ถ้วย และถาด เพื่อเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ พร้อมกับนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยต่อยอดลดต้นทุนด้านแรงงานคนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้มากขึ้นด้วย” นาย อภิรัตน์ กล่าว

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมด้านบรรจุภัณฑ์รูปแบบกล่องบรรจุอาหาร และบรรจุภัณฑ์พลาสติก รูปแบบถุงอาหารในปีนี้ รองกรรมการผู้จัดการ TPLAS กล่าวเพิ่มเติมว่า ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ยังมีความต้องการใช้อย่างต่อเนื่อง โดยจะเห็นได้จากแนวโน้มการเติบโตตามความต้องการของตลาดอาหารแบบบริการส่งถึงบ้าน (Delivery) ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด – 19 (COVID – 19) ในประเทศไทยทำให้ยอดความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายใต้โครงการคนละครึ่ง ส่งผลให้ดีมานด์การใช้บรรจุภัณฑ์รูปแบบกล่องบรรจุอาหาร และ ถุงอาหาร (ถุงร้อน – ถุงหูหิ้ว) เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มกลับมาจับจ่ายใช้สอยคึกคักมากขึ้น ทำให้ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทบรรจุภัณฑ์ต่างๆ มีความต้องการต่อเนื่อง โดยจะเห็นได้จากยอดประมาณการดีมานด์ ที่รอจ่อเข้ามาในปัจจุบันซึ่งไม่น้อยกว่า 700 – 800 ตันต่อเดือน

ทั้งนี้ จากแผนการวางกลยุทธ์ดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทฯ ประเมินการอัตราการเติบโตในปี 2564 ไว้ไม่ต่ำกว่า 10% จากปี 2563 โดยแบ่งเป็นรายได้จากยอดขายสินค้าถุงบรรจุภัณฑ์ที่ 82% ฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหาร 10% และบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษ 8%

 

คำค้น