บลจ.พรินซิเพิล แนะธีม Disruptive Change สร้างผลตอบแทนดี

บลจ.พรินซิเพิล แนะธีมลงทุน Disruptive Change สร้างผลตอบแทนดี

นายจุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.พรินซิเพิล เปิดเผยว่า จากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกในช่วง 1 – 2 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยธุรกิจด้านพลังงานรูปแบบใหม่ๆ และธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมในการขับเคลื่อนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการให้บริการเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น รถยนต์ไฟฟ้า, การพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับ เป็นต้น ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ จากในอดีตที่เป็นยุครุ่งเรืองของธุรกิจด้านพลังงานกลุ่มน้ำมันและก๊าซ (Oil & Gas) รวมถึงพลังงานจากถ่านหิน

โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น หลังจากเกิดการระบาดของโรค COVID-19 ที่ส่งผลกระทบการดำเนินธุรกิจและการใช้ชีวิตของประชาชนทั่วโลก โดยเฉพาะความสามารถในการปรับตัวของของภาคธุรกิจต่างๆ ให้อยู่รอดจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่มีกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ

ดังนั้น บลจ.พรินซิเพิล จึงมองว่าการลงทุนในหุ้นคุณภาพดี ที่มีความสามารถในการปรับตัว พัฒนาโมเดลธุรกิจ เพื่ออยู่รอดและเติบโตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วภายใต้ธีม Disruptive Change เป็นการลงทุนที่น่าสนใจและมีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนที่ดี

ทั้งนี้จากความน่าสนใจของการลงทุนภายใต้ธีมดังกล่าว ขอแนะนำทางเลือกการลงทุนในกองทุนเปิด พรินซิเพิล โกลบอล ออพพอร์ทูนิตี้ หรือ Principal Global Opportunity Fund (PRINCIPAL GOPP) โดยกองทุน PRINCIPAL GOPP-A ให้ผลตอบแทนการลงทุนในปี 2563 อยู่ที่ 52.91% ดีกว่าดัชนีเปรียบเทียบที่ 18.56%

สำหรับกองทุนนี้เน้นการลงทุนในธุรกิจที่มีการวางกลยุทธ์และศักยภาพการแข่งขันที่ดีท่ามกลางกระแส Disruptive โดย PRINCIPAL GOPP นับเป็นกองทุนรวมกองแรกและกองทุนเดียวในประเทศไทยในปัจจุบันที่เข้าลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ Morgan Stanley Investment Funds Global Opportunity Funds เป็นกองทุนหลัก

โดยเน้นคัดเลือกบริษัทที่มีคุณภาพดี มีความสามารถปรับตัวสูง มีขีดความสามารถการแข่งขันและแนวโน้มเติบโตได้ดี ตลอดจนดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล โดยกองทุนดังกล่าวยังสามารถให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว โดยผลตอบแทนในช่วง 3 ปีย้อนหลังอยู่ที่ 21.84% ต่อปี ดีกว่าดัชนีอ้างอิง MSCI Country World Index ที่สามารถสร้างผลตอบแทนในช่วงเดียวกัน 7.76%

ทั้งนี้ สำหรับตัวอย่างหุ้นในธุรกิจที่เลือกลงทุน ได้แก่ Amazon ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของโลกและได้ขยายไลน์การลงทุนเข้าสู่ธุรกิจเทคโนโลยีอื่นๆ  DSV ผู้ให้บริการขนส่ง Logistic ที่ใช้เทคโนโลยีเชื่อมต่อกับเจ้าของยานพาหนะขนส่งและลูกค้าที่ต้องการกระจายสินค้าที่ตอบรับกับ E-Commerce และหุ้นในกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ที่สามารถปรับตัวตามกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลง เช่น Hermes ผู้ผลิตเครื่องหนังชั้นนำระดับโลก เป็นต้น

เราเชื่อว่าโอกาสลงทุนในหุ้นคุณภาพที่มีศักยภาพเติบโตภายใต้ธีมลงทุนเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ผ่านกองทุนเปิดพรินซิเพิล โกลบอล ออพพอร์ทูนิตี้ (PRINCIPAL GOPP) เป็นหนึ่งในกองทุนที่ตอบโจทย์การลงทุนในปัจจุบันและเป็นกองทุนเด่นของทาง บลจ.พรินซิเพิล ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้กับนักลงทุนในระยะยาว” นายจุมพล กล่าว