ฟื้นไม่จริง!

ประเด็นที่อาจารย์อยากให้นักลงทุนแยกแยะให้ดีในเวลานี้คือ อาการแกว่งตัวขึ้น ๆ ลงๆ เหมือนจะแข็งขืนสู้สุดตัวไม่ยอมถอยนั้น เอาเข้าจริงก็เป็นเพียงอาการของพวกติ๊ดชึ้งที่เข้ามาแบบกลัว ๆ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

* ประเด็นที่อาจารย์อยากให้นักลงทุนแยกแยะให้ดีในเวลานี้คือ อาการแกว่งตัวขึ้นๆ ลงๆ เหมือนจะแข็งขืนสู้สุดตัวไม่ยอมถอยนั้น เอาเข้าจริงก็เป็นเพียงอาการของพวกติ๊ดชึ้งที่เข้ามาแบบกลัว ๆ แรงซื้อถึงไม่สุดซอยเหมือนกับที่ควรจะเป็น “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้เป็นประจำในยามที่ตลาดหุ้นไทยถูกรบกวนด้วยปัจจัยภายนอก ดัชนีถึงขยับเขยื้อนไปไหนได้ไม่ไกลไงหล่ะค่ะ

* งานนี้ไม่มีความจำเป็นต้องไปคิดสะระตะให้ปวดกบาล เพราะสิ่งที่ทุกคนเห็นกันทนโท่ในยามนี้คือ “กองทุนตัวแสบ” กับ “ฝรั่งขี้นก” กำลังเล่นบทโหดกับคนอื่นไปทั่ว จึงเกิดความกังวลกันว่า ผลลัพธ์ที่ออกมาจะทำให้ทุกคนบาดเจ็บกันถ้วนหน้า “โมนิก้า” มองเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้การลงทุนในช่วงนี้ลำบากขึ้นกว่าเดิม จึงต้องปรับเปลี่ยนสไตล์การซื้อหุ้นให้เข้ากับสถานการณ์นะจะบอกให้

* เนื่องจากทุกคนรู้ดีว่า หุ้นกลุ่มบลูชิพตกอยู่ในที่นั่งลำบาก หุ้นขนาดกลางยังพอเอาตัวรอดได้บ้าง ส่วนหุ้นขนาดเล็กยังมีทีเด็ดที่จะโชว์อีกเยอะ มันเป็นจังหวะที่นักเล่นต้องเลือกรูปแบบการเข้าลงทุนที่เหมาะกับตัวเอง หลังดัชนีแกว่งตัวเปะปะตลอดทั้งวัน ก่อนจะลงเอยที่ระดับ 1,478.05  จุด บวกไป 11.07  จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.78 หมื่นล้านบาท ถือเป็นการสะท้อนภาพอาการเมาหมัดยังหลงเหลืออยู่นะจ๊ะ

* โดยเฉพาะในรายของ GPSC พยายามรักษาฐานแนวรับบริเวณ 80 บาทมาระยะหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ดั่งใจหวัง จึงโดนรินหุ้นออกมาอย่างต่อเนื่อง “โมนิก้า” ถึงเห็นราคาหุ้นแกว่งตัวตลอดทั้งวัน ก่อนจะลงเอยด้วยการยืนปิดที่ 78.25 บาท  ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.30 พันล้านบาท โดยโพซิชั่นของหุ้นอยู่ในทิศทางซึมลงอย่างเห็นได้ชัดแบบนี้ สงสัยต้องลงไปตั้งหลักที่บริเวณแนวรับ  73 บาทกระมั่ง!

* เช่นเดียวกับในรายของ TMB หลังจากเด้งขึ้นเป็นรอบ ๆ พร้อมกับทำยอดสูงสุดแถว 1.25 บาท  หลังจากนั้นก็ไม่มีสตอรี่อะไรเด่น ๆ ให้เห็นอีกเลย จนนำไปสู่คำแนะนำให้ขายเพื่อลดความเสี่ยง เมื่อยกตัวสูงขึ้นใกล้ยอดเดิมเป็นประจำแบบนี้ “โมนิก้า” บอกได้ทันทีว่า การยืนปิดที่ระดับ 1.12 บาท บวกไป 0.02 บาท หรือขึ้นไป 1.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 807 ล้านบาท ตามตำราเขาบอกว่า ถึงจุดรับของพอดี..เล่นสั้นได้นะจ๊ะ

* ส่วนรายที่ “โมนิก้า” ต้องขอเผือกนิดหนึ่งอย่าง IRPC ยังเป็นอะไรที่น่าสนใจเสมอ  เพราะเป็นจังหวะที่นักเล่นต้องใช้ความไวให้มาก ๆ หลังหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 3.68          บาท บวกไป 0.28  บาท หรือขึ้นไป 8.25% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.55 พันล้านบาทอย่างเร่าร้อน เดี๊ยนถึงอยากให้แฟนคลับประเมินโอกาสที่หุ้นจะวิ่งกลับขึ้นไปยืนเหนือ 4 บาท มีมากขนาดไหนนะนายจ๋า!

* อีกรายที่น่าเป็นห่วงคงหนีไม่พ้น ETC เพราะราคาหุ้นยืนซึมกระทือเป็นเวลานานหลายเดือน ท่ามกลางปัจจัยลบมากมายหลายเรื่องนั้น “โมนิก้า” ถือเป็นความเสี่ยงที่ยากจะประเมินจริง ๆ ยิ่งเห็นหุ้นพุ่งพรวดพราดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ระดับ 2.38 บาท แต่สุดท้ายย่อตัวลงมาปิดที่ 2.18 บาท บวกไป 0.40 บาท หรือขึ้นไป 1.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 493  ล้านบาท มันเป็นสถานการณ์ที่ทำให้เชื่อว่า เริ่มลากหุ้นกันอีกแล้วนะจ๊ะ

* สำหรับในรายของ TTCL ออกมาเป๋ให้เห็นมาระยะหนึ่งแล้ว แถมมีบางวันที่ลงแรงแบบงง ๆ จนสุดท้ายมีข่าวพม่าทำรัฐประหาร ราคาหุ้นถึงกับเข่าอ่อน ก่อนจะทรุดฮวบลงมาปิดที่ระดับ 5.35 บาท ลบไป 0.60 บาท หรือลงไป 10%   ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 87 ล้านบาท ส่งผลให้สภาพของหุ้นร่องแร่งผิดจากรูปเดิมไปมาก และมีโอกาสที่หุ้นจะไหลลงไปอีกแน่ๆ..หากผู้คนยังมีความสงสัยเรื่องผลกระทบพะยะค่ะ

* ขนาดหุ้นที่มีชื่อไพเราะอย่าง SABUY กลับต้องเผชิญกับแรงขายที่มีออกมาเป็นระลอก จนโพซิชั่นของหุ้นไม่สวยงามเอาเสียเลยแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นจุดที่นักเล่นต้องคิดกันเอาเองว่า กล้าเข้าไปรับหุ้นหรือเปล่า? หลังหุ้นลงมานอนอยู่ที่ 1.97 บาท ลบไป 0.01 บาท หรือลงไป 0.51%  ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 34  ล้านบาท ซึ่งเป็นภาพเดิม ๆ ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน (กรอบด้านบน 2.06 บาท กรอบด้านล่าง 1.90 บาท) เจ้าค่ะ