ส่อ “Fund Flow” ไหลออก หลังบาทอ่อน-ดอลลาร์แข็ง

ส่อ “Fund Flow” ไหลออกจากตลาดหุ้นไทยต่อ เหตุเงินบาทอ่อนค่ากลับมายืนเหนือ 30 บาท/ดอลลาร์ หลังดอลลาร์แข็งค่าขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (2 ก.พ.64) โดยได้ปัจจัยบวกจากการคาดการณ์ที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวขึ้นเร็วกว่ายุโรป โดยความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ รวมทั้งการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในวงกว้างของสหรัฐ สวนทางกับความล่าช้าในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในยุโรป และการชะลอตัวของเศรษฐกิจยุโรป

ทั้งนี้ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.24% แตะ 91.2011 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.08 เยน จากระดับ 104.94 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8986 ฟรังก์ จากระดับ 0.8968 ฟรังก์ แต่เมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2805 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2843 ดอลลาร์แคนาดา

ฝากยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2020 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2065 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.3653 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3670 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.7590 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7640 ดอลลาร์สหรัฐ

ประกอบกับค่าเงินบาทไทยมีการอ่อนค่ากลับมาเหนือ 30.00 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นการอ่อนค่าตามภูมิภาค หลายปัจจัยหนุนดอลล์แข็ง

ผลดังกล่าวอาจทำให้เงินทุนยังคงไหลออกมาอย่างต่อเนื่องได้ หลังจากวานนี้นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิจำนวน 1,232.36 ล้านบาท และหากดูมูลค่าการซื้อขายสะสมในช่วง 1 – 2 ก.พ. 2564 พบว่านักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 4,086.90 ล้านบาท และหากย้อนไปดูมูลค่าการซื้อขายสะสมตั้งแต่ 1 ม.ค. – 2 ก.พ. 2564 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 14,989.86 ล้านบาท