
สธ. ยัน “ไวรัสฮันตา” ยังไม่พบการระบาดในไทย ติดตามใกล้ชิด
กรมควบคุมโรค เฝ้าระวังไวรัสฮันตาอย่างเข้มข้น หลังพบผู้ป่วยบนเรือสำราญต่างประเทศ ยืนยันไทยยังไม่พบการระบาด แนะประชาชนระวังสัตว์ฟันแทะและสิ่งปนเปื้อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามสถานการณ์ “ไวรัสฮันตา” (Hantavirus) อย่างใกล้ชิด หลังองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ว่า พบผู้ป่วยเชื่อมโยงกับ เรือสำราญในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย โดย WHO ประเมินความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน มีหนูและสัตว์ฟันแทะบางชนิดเป็นแหล่งรังโรคตามธรรมชาติ การติดเชื้อส่วนใหญ่เกิดจากการสูดดมฝุ่นละอองปนเปื้อนสารคัดหลั่งของหนู เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ ในพื้นที่อับอากาศ เช่น ห้องเก็บของ โกดัง หรือบ้านร้าง โรคนี้ไม่ได้แพร่ระบาดง่ายเหมือนโควิด-19 หรือไข้หวัดใหญ่ โดยสายพันธุ์ที่สามารถแพร่ระหว่างคนพบเฉพาะบางพื้นที่ในทวีปอเมริกาใต้
อาการระยะแรกมักคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ก่อนบางรายอาจมีอาการรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ หอบเหนื่อย หายใจล้มเหลว หรือไตวายเฉียบพลัน โดยกลุ่ม Hantavirus Pulmonary Syndrome (HPS) อาจมีอัตราเสียชีวิต 30–40%
สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันยังไม่พบรายงานการระบาด กรมควบคุมโรค สั่งการให้ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศติดตามผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง และแจ้งเตือนหน่วยบริการสาธารณสุขทั่วประเทศเพิ่มการคัดกรองผู้ป่วยที่มีอาการเข้าได้กับโรค
ขณะที่ นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แนะนำประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสหนู รักษาความสะอาดบ้านเรือนและสถานที่ทำงาน เก็บอาหารและขยะอย่างเหมาะสม ปิดช่องทางหนูเข้าพื้นที่ และหากทำความสะอาดควรเปิดอากาศถ่ายเท ใช้ผ้าชุบน้ำหรือฆ่าเชื้อ พร้อมสวมหน้ากากและถุงมือ
ทั้งนี้ หากมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อย หรือหอบเหนื่อยผิดปกติ หลังสัมผัสสัตว์ฟันแทะหรือเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ควรรีบพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางและสัมผัสสัตว์ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422