เปิดอัพไซด์ 8 หุ้นท่องเที่ยว-รพ. หลังบวกคึก รับปัจจัยบวกกระตุ้นท่องเที่ยว

เปิดอัพไซด์ 8 หุ้นท่องเที่ยว-รพ. หลังบวกคึกรับปัจจัยบวกกระตุ้นท่องเที่ยว

ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ ได้ทำการสำรวจและรวบรวมราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในกลุ่มท่องเที่ยว และโรงพยาบาล ที่ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายหลังจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อยู่ระหว่างการนำกำลังเสนอรัฐบาลอนุญาตให้ใช้วีซ่าผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 เข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว ซึ่งจะทำให้ฟื้นตัวเศรษฐกิจให้ดีขึ้น

โดยนักวิเคราะห์มองว่าประเด็นดังกล่าวเป็นแนวทางส่ง Sentiment บวกต่อหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวที่จะได้รับปัจจัยบวกโดยตรง อย่างไรก็ตามราคาหุ้นบางบริษัทปรับตัวขึ้นจนเกินราคาเป้าหมายจากนักวิเคราะห์ ขณะที่บางแห่งยังคงมีอัพไซด์สูง

ดังนั้น “ข่าวหุ้นธุรกิจ” จึงได้ทำการสำรวจอัพไซด์จากราคาเป้าหมายจาก IAA Consensus ของหุ้นที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะได้รับอานิสงส์ มาดังนี้

ทั้งนี้ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุในบทวิเคราะห์ (3 ก.พ.2564) โดยมีความเห็นเป็นบวกกับกลุ่มท่องเที่ยวหลังจากนายกฯ สั่งทีมเศรษฐกิจ เร่งหามาตรการเยียวยาประชาชน ตั้ง “สุพัฒนพงษ์” ประสานคลัง, แรงงานจัดแพ็กช่วยกลุ่มท่องเที่ยว-โรงแรม ด้าน CENTEL รับโรงแรมต้องเน้นคุมค่าใช้จ่าย หวังรัฐบาลช่วยค่าแรง ทำให้เปิดกิจการได้ เพิ่มสภาพคล่อง มั่นใจท่องเที่ยวฟื้นครึ่งปีหลัง

สำหรับผลกระทบ: มองเป็นปัจจัยบวกที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการที่จะให้ภาคการท่องเที่ยวไทยประคองตัวไปได้ช่วงที่ยังมีโรคระบาดโควิด-19 ระลอก 2 อยู่ อย่างไรก็ตามความชัดเจนเรื่องปล่อยกู้ซอฟท์โลนนั้นมีความสำคัญต่อสภาพคล่องทางการเงินของกลุ่มโรงแรม และสายการบินมาก มิฉะนั้นต้องอาศัยการกู้เงินเพิ่มจากธนาคาร หรือเพิ่มทุน ซึ่งก็มีโอกาสสำเร็จยากในสถานการณ์เช่นนี้ แต่คาดว่าจะมีการเก็งกำไรในหลักทรัพย์กลุ่มสนามบิน คือ AOT กลุ่มโรงแรม เช่น MINT, ERW และ CENTEL รวมทั้งสายการบิน เช่น AAV ด้านหลักทรัพย์แนะนำ ซื้อ คือ MINT และ ERW ส่วน AOT แนะนำเพียง ถือ เพราะมีภาระการเยียวยาผู้เช่าสูง แต่ผู้ใช้บริการสนามบินยังน้อยมาก

ขณะเดียวกัน บล.บัวหลวง ระบุในบทวิเคราะห์ เกี่ยวกับกลุ่มท่องเที่ยว จากกรณีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กำลังพิจารณาแผนการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้กลับมาที่ประเทศไทย และอาจอนุญาตให้ชาวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนเข้ามาในประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว 14 วันเมื่อเดินทางมาถึงไทย

ทั้งนี้ คำแนะนำพื้นฐาน มองว่าข่าวข้างต้นมองว่ากลุ่มเป้าหมายต่างชาติที่มีโอกาสเรียกกลับมามากที่สุดในไทยคือ กลุ่มท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (BH และ BDMS) ลำดับถัดไปคือ กลุ่มท่องเที่ยวระดับบน (AWC และ CENTEL) ทั้งนี้ก็อย่าลืมว่าก่อนไทยจะฟื้นนั้นต้องผ่านการฟื้นตัวของอุปสงค์การเดินทาง-ท่องเที่ยวในฝั่งยุโรปก่อนซึ่งน่าจะดีต่อ MINT

*อนึ่งข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน