พาราสาวะถี

มีเหตุให้อธิบายได้ต่อการที่ศบค.ออกประกาศห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุมที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นผลพวงมาจากกรณีการชุมนุมหน้าสถานทูตเมียนมา

อรชุน

มีเหตุให้อธิบายได้ต่อการที่ศบค.ออกประกาศห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุมที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นผลพวงมาจากกรณีการชุมนุมหน้าสถานทูตเมียนมา ไม่ใช่เพราะเกิดเหตุปะทะของกลุ่มการ์ดวีโว่ หากแต่เป็นเรื่องที่ผู้ร่วมชุมนุมทั้งคนไทยและพม่าจำนวนไม่น้อยไม่ได้ใส่หน้ากาก และเกรงกันว่าจะเป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดในวงกว้างได้ กรณีเช่นนี้คนไทยโดยทั่วไปคงไม่มีใครติดใจ

แต่สิ่งที่ศบค.ต้องตอบคำถามให้ได้คือ ตลอดระยะเวลาการชุมนุมของกลุ่มราษฎรที่หลายครั้งมีคนร่วมหลักหมื่นหรืออาจถึงหลักแสนนั้น ไม่เคยมีแม้แต่หนเดียวที่พบว่ามีการติดเชื้อจากการชุมนุม ตรงนี้น่าจะเป็นสิ่งที่พิสูจน์กันได้ว่า สาเหตุหลักของการกลับมาแพร่ระบาดของโควิด-19 นั้นคือความผิดพลาดของใคร ไม่ต้องประจานกันซ้ำซาก อยู่ที่ว่าจนป่านนี้ยังไม่มีการยอมรับผิด กล่าวขอโทษ รวมไปถึงนำตัวคนกระทำผิดมาแสดงให้ประชาชนได้เห็นทั้งกรณีขนแรงงานเถื่อนเข้าประเทศและบ่อนการพนัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อห้ามการชุมนุมแต่ก็มีเปิดช่องไว้ว่าเว้นแต่ได้รับอนุญาต ก็อดมองต่อไปไม่ได้ว่าอย่าให้หมายถึงการที่จะมีคนกลุ่มหนึ่งมาชุมนุมหน้ารัฐสภาในช่วงของการซักฟอกรัฐบาลก็แล้วกัน เพราะนั่นเท่ากับว่าเป็นการรู้เห็นเป็นใจ หรือต้องการใช้ม็อบมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการกดดันต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้าน จะกลายเป็นความสามานย์ทางการเมืองอีกอย่างหนึ่งของขบวนการสืบทอดอำนาจ อย่ามาอ้างเหตุเรื่องของการปกป้องสถาบัน

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า กลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวนั้นมีเป้าประสงค์เพื่ออะไร ยิ่งกรณีการอภิปรายอันเป็นญัตติของพรรคฝ่ายค้านที่เกี่ยวพันกับการกล่าวหาผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจนำสถาบันมาใช้เพื่อประโยชน์ของตัวเองนั้น ยิ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะมีมือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง ต้องให้ไปว่ากันในที่ประชุมสภา ใครอภิปรายก้าวล่วงอย่างไรมีกระบวนการทางกฎหมายที่จะดำเนินการเอาผิดได้อยู่แล้ว ขณะที่ผู้ตอบการอภิปรายก็ต้องระมัดระวังในการชี้แจงด้วยเช่นกัน

ดังนั้น เมื่อมีประกาศเรื่องห้ามการชุมนุมเพื่อกลัวการระบาดของโควิด-19 แล้วก็ต้องไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ขณะที่ความเคลื่อนไหวว่าด้วยการซักฟอกนั้น นับตั้งแต่นี้ก็จะมีความเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ในแง่ของการให้ข่าวจากทั้งสองฝ่าย เห็นกันได้ชัดว่าซีกรัฐบาลขับเน้นประเด็นว่าด้วยญัตติที่พาดพิงสถาบัน เพราะฉะนั้นก็คงจะหาช่องทางในการที่จะดิสเครดิตหรือใช้เป็นเหตุในการขอดูข้อมูลญัตติที่มากกว่าที่ยื่นให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถือเป็นแท็กติกของผู้ช่ำชองทางกฎหมาย โดยไม่ได้คำนึงถึงมารยาททางการเมืองที่เคยปฏิบัติกันมา แน่นอนว่า ฝ่ายค้านก็จะไม่มีทางยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้ แต่ประเภทอย่างหนาก็จะอ้างสารพัด ถือเป็นการประชันกันในยกแรก ที่จะคู่ขนานกันมาเพื่อเร้าความสนใจจากผู้คนคงหนีไม่พ้นการทยอยปูดประเด็นที่จะมีการซักฟอกของทางซีกฝ่ายค้าน ซึ่งกรณีเช่นนี้จะมีทั้งจริงบ้างไม่จริงบ้าง เพราะหากเอาความจริงมาเบิกร่องก็เท่ากับเป็นการแย้มข้อสอบให้ผู้ที่จะถูกอภิปรายเตรียมตัวรับมือได้

อย่างที่บอกอีกนั่นแหละ ความลับไม่มีในโลก ดังนั้น ความพยายามในการที่จะซื้อข้อสอบหรือเกิดกรณีข้อสอบรั่วย่อมมีความเป็นไปได้สูง โดยเฉพาะกับรัฐมนตรีรายที่รู้ว่าตัวเองมีบาดแผลอะไรบ้าง จุดชี้วัดของการอภิปรายทุกครั้งไม่ได้อยู่ที่คะแนนโหวตเพราะยังไงฝ่ายเสียงข้างมากก็ชนะอยู่ดี สิ่งที่ตามมาหลักการซักฟอกทุกยุคทุกสมัยก็คือ ปมที่เปิด หลักฐานที่แสดงในสภาแล้วผู้ถูกอภิปรายชี้แจงไม่เคลียร์หรือมีข้อกังขา จะถูกตามต่อโดยสื่อมวลชน จนเป็นเหตุให้เกิดการปรับครม.มาก็หลายหน

บนความเชื่อมั่นทั้งผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจและรัฐมนตรีทุกรายไม่ว่าจากพรรคไหนที่ถูกซักฟอกว่าทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ไม่กลัวการตรวจสอบ ก็หวังว่าไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เหมือนในอดีต ไม่ได้หมายความว่าเก็บหลักฐานได้เก่ง เพราะการทุจริตทุกอย่างคงไม่มีใครทิ้งร่องรอยหรือปล่อยให้มีใบเสร็จ แต่ก็อย่าลืมว่าทุกการเติบโตในทางหน้าที่การงานโดยเฉพาะคนที่เป็นข้าราชการหากเป็นไปตามปกติก็ไม่มีปัญหา

ทว่าในช่วงเกือบ 7 ปีที่ผ่านมา มีบรรดาข้าราชการจำนวนไม่น้อยที่ถูกข้ามหัว มีการย้ายข้ามห้วยเพื่อนำเอาคนในเครือข่ายของเผด็จการสืบทอดอำนาจเข้ามากุมบังเหียน เพื่อความสบายใจในการบริหารงาน ซึ่งถ้าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมีหวังคนที่สั่งโยกย้ายโดนเล่นงานงอมพระรามไปแล้ว เหมือนกรณีที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยตกเก้าอี้จากการโยกเลขาธิการสมช.มาแล้ว ทั้งที่ยุคหลังจากนั้นมีการโยกข้ามห้วยกันเป็นว่าเล่น แต่ไม่เกิดอะไรขึ้น

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดอาการกินแหนงแคลงใจ จะเห็นได้ว่ามีเอกสารลับหรือลับมากที่สุดหลุดออกมาให้สาธารณะได้รับรู้อยู่หลายหน ซึ่งไม่น้อยที่พบว่าเป็นเอกสารจริง ดังนั้น ช่วงเวลานี้อีกสิ่งหนึ่งที่บรรดาเสนาบดีผู้ถูกซักฟอกจะสั่งการเป็นพิเศษสำหรับคนใกล้ชิดนั่นก็คือ การสแกนเอกสารและตรวจสอบการสั่งการในงานทุกเรื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีอะไรที่ผิดพลาดเป็นจุดอ่อน ส่วนเรื่องการแอบอ้างของบริวารว่านเครือทั้งหลายที่ไปทำมาหากินนั้น จากที่เคยประเจิดประเจ้อระยะหลังก็วางนอมินีกันหลายชั้น

ความสำคัญจึงอยู่ที่ว่าฝ่ายค้านจะมีศักยภาพในการเจาะข้อมูลเพื่อนำมาตีแผ่ จนนำไปสู่การทำให้ใครบางคนต้องพ้นจากตำแหน่งหลังการอภิปรายได้หรือไม่ เพราะอีกด้านของเผด็จการสืบทอดอำนาจนั้นไม่ใช่พวกรวบทุกอย่างไว้กับตัว ร่ำรวยกันแต่พรรคพวกตัวเอง หากแต่ยังมีการกินแล้วแบ่งโดยเอื้อเฟื้อไปถึงหัวขบวนของกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองต่าง ๆ ด้วย

โดยมีการกำหนดผลตอบแทนไว้สำหรับแต่ละกลุ่ม และวางตัวบุคคลที่จะเจียดงบประมาณไปให้ หลังจากนั้นอยู่ที่ว่าแต่ละรายจะเล่นแร่แปรธาตุกันยังไง แน่นอนว่า คนพวกนั้นก็ใช้วิธีการเดียวกันกับนักเลือกตั้งเหมือนกัน ก็ให้นอมินีทั้งหลายไปตามเก็บส่วนแบ่งจากส่วนบุญที่ได้รับการเจือจานมา นี่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ว่าทำไมขบวนการสืบทอดอำนาจถึงดูสบายอกสบายใจในทุกสถานการณ์