ปรากฏการณ์หุ้น OR

ไม่น่าเชื่อว่า หุ้น OR หรือ บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จะถูกกล่าวถึงกันค่อนข้างมาก

ลูบคมตลาดทุน : ธนะชัย ณ นคร

ไม่น่าเชื่อว่า หุ้น OR หรือ บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จะถูกกล่าวถึงกันค่อนข้างมาก

ก่อนที่จะมีการให้เปิดจองหุ้นไอพีโอ

หลายคนมักจะถามไถ่กันว่า  จะจองหุ้น OR หรือไม่ จองเท่าไหร่ดี และมองธุรกิจของ OR เป็นอย่างไร

ไม่เพียงเท่านั้น

หลังจากมีการเปิดเผยหุ้นที่ได้รับการจัดสรร

บรรดานักลงทุนรายย่อยทั้งมือสมัครเล่น มืออาชีพ หรือแม้กระทั่งรายใหญ่ ต่างโพสต์ผ่าน social media ว่า ตนเองได้รับการจัดสรรกันจำนวนกี่หุ้น

จะว่าไปแล้ว หุ้นอย่าง PTT และ THAI ในช่วงการเสนอขายไอพีโอ ก็ถูกกล่าวถึงกันมากเช่นกัน

เพียงแต่ว่าในช่วงนั้น ขณะนั้น ไม่ได้มี social media เหมือนในขณะนี้

นั่นจึงทำให้เกิดปรากฏการณ์หุ้น OR ฟีเวอร์

ข่าวที่เกี่ยวกับหุ้น OR ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ www.kaohoon.com พบว่า มีคนเข้ามาชมกันจำนวนมาก และติดอันดับข่าวที่มียอดผู้ชมมากสุดมาตลอดหลายวัน

ตัวเลขของ transaction การจองหุ้น OR ทราบกันไปแล้วคือ 5.3 แสนรายการ

ทว่า หากคิดออกมาเป็นจำนวนคนที่เข้ามาจองนั้น ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขที่แน่ชัดออกมา เพราะมีหลายคนจองหลายครั้ง และจองผ่านธนาคาร (3 แห่ง SCB KTB และ KBANK) ที่ต่างกันไป

แต่ตัวเลขคร่าว ๆ ที่ประเมินกันว่า

คาดกันว่าไม่ต่ำกว่า 2.5 แสนคน และไม่น่าเกิน 5 แสนคน

ไม่ว่าตัวเลขยอดคนจองจะมีจำนวนเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่า OR เป็นหุ้นที่มีนักลงทุนเข้ามาจองมากเป็นประวัติการณ์ไปแล้ว

ถามว่าทำไมหุ้น OR ถึงได้รับความสนใจมากขนาดนี้

คำตอบน่าจะมาจากแบรนด์ ปตท. หรือ PTT ที่ทุกคนต่างรู้จักกันอยู่แล้ว

และเมื่อมีการแยกธุรกิจออกมาจากตัวแม่หรือ PTT ทำให้ทุกคนต่างจับจ้อง และพร้อมเข้าซื้อหุ้น อาจจะด้วยเหตุผลต้องการ “กำไร” และการเป็น “เจ้าของ” สถานีบริการน้ำมันแห่งนี้

คาดว่าหุ้น OR จะเริ่มเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันแรก คือ 11 ก.พ.นี้

บรรดานักวิเคราะห์ และนักลงทุนรายใหญ่ ต่างมั่นใจว่า ราคาหุ้นจะไม่ลงไปต่ำกว่าจอง (18.00 บาท) แน่นอน

เพียงแต่ว่า ในช่วงแรก ๆ ราคาหุ้นอาจจะผันผวน หรือเหวี่ยงบ้าง

ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่

หลังการซื้อขายหุ้น OR ผ่านไป 2-3 วัน

OR จะถูกนำเข้าคำนวณดัชนี SET50 ทันที จากมาร์เก็ตแคปที่ถูกคำนวณออกมาอยู่ระหว่าง 2-2.5 แสนล้านบาท

การนำเข้าดัชนี SET50 ทำให้ หุ้นถูกปรับเพิ่มน้ำหนักจากกองทุน

จึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีกองทุนประเภท Passive fund ที่จะต้องซื้อหุ้นเพิ่มเข้าพอร์ต จากการที่หุ้นนั้น ๆ ถูกปรับเพิ่มน้ำหนัก

ไม่เพียงเท่านั้น

ยังคาดกันว่า บรรดานักลงทุนรายใหญ่ และรายย่อย ที่ต้องการหุ้น OR เพิ่ม

ต่างจะทยอยเข้ามาสะสมหุ้นกันจนฝุ่นตลบ

เพราะเกรงว่า หากราคาวิ่งขึ้นไป ก็จะยิ่งได้หุ้นเข้าพอร์ตแพงขึ้นไปอีก และน่าจะทำให้ราคาหุ้น OR เกิดความผันผวน

หลังจากนั้น ราคาน่าจะค่อย ๆ ปรับเข้าสู่จุดสมดุล ลดการเหวี่ยงลง

มีคำถามว่า แล้วราคาหุ้น OR จะวิ่งไปได้มากหรือน้อยแค่ไหน

ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับแรงซื้อ และความต้องการหุ้นของนักลงทุนกลุ่มต่าง ๆ  หลังจากนำหุ้นเข้าเทรด รวมถึงแนวโน้มผลประกอบการของหุ้น OR เองด้วย

แต่ในระยะยาวแล้ว ต่างเชื่อมั่นว่า หุ้นตัวนี้ จะมีอนาคตที่ดีแน่นอน

โดยเฉพาะ ในช่วงที่ธุรกิจนันออยล์ จะมีรายได้มากกว่าธุรกิจน้ำมัน

และหุ้น OR น่าจะย้ายไปเทรดอยู่ในหมวดค้าปลีก ที่ส่วนใหญ่มีระดับ P/E Ratio กันที่ระดับ 40–50 เท่า (OR พี/อี 23.9-26.9 เท่า) ดังนั้น ในระยะยาว หรืออีก 3 ปี ราคาหุ้น OR มีโอกาสปรับเพิ่มได้ 1 เท่าตัว

ราคาเป้าหมายเบื้องต้นที่นักวิเคราะห์แต่ละโบรกฯ ให้ไว้ เฉลี่ย 22-24 บาทต่อหุ้น