OR ปักหมุดเทรด 11 ก.พ.นี้ จับตากองทุน-ขาใหญ่ ไล่เก็บเพิ่ม มั่นใจธุรกิจ 3 ปี โตกระฉูด

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า บริษัทฯกำหนดจัดพิธีเปิดการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) (1st Tradding Day) นำโดย ดร. ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ และคณะผู้บริหาร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมด้วยนางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมทั้งคณะผู้บริหาร OR และคณะผู้บริหารบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน ในวันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 9.00-11.30 น. ณ หอประชุม ศ. สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 7 อาคาร B ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ เมื่อหุ้น OR เข้าซื้อขายวันแรกในตลาดรอง หลังจากมีการซื้อขายหุ้น IPO ให้แก่ประชาชนทั่วไปแล้วนั้น เชื่อว่าเมื่อเข้ามาซื้อขายในตลาดรองแล้วคงจะยังได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากกองทุนและนักลงทุนรายใหญ่ รวมถึงนักลงทุนรายย่อยอย่างต่อเนื่อง เพราะถึงอย่างไรมีการคาดว่าผลการดำเนินงานจะยังคงเติบโตต่อเนื่องไปอีก 3 ปี เช่นเดียวกับการประเมินของนักลงทุนรายใหญ่อย่าง “เสี่ยยักษ์” และ “เสี่ยป๋อง” รวมถึงบรรดานักวิเคราะห์ที่มีการเปิดเผยไว้ก่อนหน้านี้

โดย นายวิชัย วชิรพงศ์ (เสี่ยยักษ์) กล่าวว่า หุ้น OR มีพาร์ 10.00 บาท และราคาไอพีโอ 18.00 บาท ถือว่าไม่แพง เมื่อเทียบกับธุรกิจที่ทำมาหลายสิบปี ตั้งแต่ขายน้ำมันจากอันดับท้าย ๆ จนมาเป็นอันดับ 1 เช่นเดียวกับการขายกาแฟ ได้ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 และตอนนี้ยังทำไก่ทอด ขนมจีบ และมีสินค้าอื่น ๆ ในใจของผู้บริหารอีกจำนวนมาก

อีกทั้งธุรกิจ (OR) เมื่อแยกออกมา จะมีความคล่องตัว ต้องเติบโต ขยายเป้าหมาย ถ้าไม่ได้ตามเป้า ผู้บริหารโดนเปลี่ยนออก ไม่อย่างนั้น OR ไม่มีทางมาอันดับหนึ่ง นอกจากนี้ หากดูจากอดีต ปั๊มน้ำมัน PTT สามารถขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ได้นั้นถือว่าไม่ธรรมดา เช่น เมื่อเวลาไปต่างประเทศ เคยเห็นแต่ปั๊มน้ำมันของค่ายใหญ่ ๆ เช่น ESSO SHELL CALTEX แสดงว่าผู้บริหาร (ปตท.) นั้นเก่งมาก ๆ

ส่วนรายได้ที่เด่นของ OR จะเน้นการเป็นช่องทางการจัดจำหน่าย ขยายไปที่ Non-oil เช่นกาแฟ ซึ่งอีก 3 ปีจะมีสัดส่วนกำไรมากกว่า 50% หมายถึงย้ายไปหมวด Commerce ได้ หรือกลุ่มเดียวกับ CPALL ที่ให้ P/E สูง

“Ebitda margin ของกาแฟสูงมาก สูงกว่า Oil ถึง 11 เท่า ต่อไปอีก 3 ปี น่าจะทำกำไรให้กับ OR คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของกำไรของ OR ทั้งหมด ดังนั้นหุ้นตัวนี้เหมาะต่อการถือยาวซักหน่อย”

นายวิชัย กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/64 ของ OR อาจจะออกมาลดลงบ้าง เนื่องจากในช่วงเดือนมกราคมมีการล็อกดาวน์ในหลายพื้นที่ อาจทำให้การใช้น้ำมัน และการเข้าไปใช้บริการปั๊มน้ำมัน PTT ลดลงไปบ้าง แต่เมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ผลประกอบการจะออกมาดี

เช่นเดียวกับทาง นายวัชระ แก้วสว่าง (เสี่ยป๋อง) นักลงทุนรายใหญ่อีกคนในตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า ตนเองได้สิทธิ์การซื้อหุ้น OR ผ่านการถือหุ้นบริษัทแม่ หรือ บมจ.ปตท. (PTT) โดยได้หุ้น OR มากว่า 20 หมื่นหุ้น และส่วนที่เหลือทั้งตนเองและคนในครอบครัว ต่างไปซื้อผ่านธนาคารเช่นกัน ก็ได้มาคนละ 4.4 พันหุ้น

“จำนวนที่ขอจองซื้อ (ไอพีโอ OR) ค่อนข้างเยอะ แต่ก็ได้รับการจัดสรรมาเท่านี้”

ดังนั้นนักลงทุนที่ได้หุ้นไอพีโอของ OR ถือว่าโชคดี และมั่นใจว่าจะไม่ขาดทุน หรือราคาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะไม่ลงไปต่ำกว่าราคาจอง (ไอพีโอ) หรือน่าจะวิ่งเกิน 10% แต่อย่างไรก็ดี ในช่วงแรก ๆ ของการเข้าซื้อขาย ราคาหุ้นอาจจะผันผวนมาก โดยอาจจะวิ่งขึ้นไปก่อนที่ราคาหุ้นจะย่อตัวลงมาบริเวณราคาไอพีโอ ซึ่งอาจจะคล้ายกับหุ้นขนาดใหญ่ก่อนหน้านี้ เช่น บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP, บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM และบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP

โดยหุ้น OR เข้าซื้อขายในหมวดพลังงาน และเมื่อดู P/E ก็ถือว่าไม่ถูกและไม่แพง หรือพอดี ๆ อัพไซด์ไม่มาก แต่หากต่อไปเมื่อธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (Non-oil) เข้ามามีสัดส่วนมากขึ้น น่าจะมีการย้ายเข้าไปอยู่ในหมวดพาณิชย์ (Commerce) ทำให้ราคาหุ้นไม่ถือว่าแพง

“ระยะยาวมั่นใจว่าหุ้นตัวนี้จะดีขึ้นอีก ตนเองเชื่อมั่นในฝีมือการบริหารของผู้บริหาร ปตท. เพราะจากที่ถือหุ้นปตท. (PTT) เขาบริหารดีมาก ไม่เคยทำให้ผิดหวัง”

ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามไปยังบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ที่นักลงทุนรายใหญ่เปิดพอร์ตและซื้อขายหุ้นกันอยู่ ต่างแสดงความต้องการที่จะเข้าไปเก็บหุ้น OR เพิ่มจากที่ได้รับการจัดสรร และส่วนใหญ่ต้องการที่จะซื้อเพื่อลงทุนระยะยาวมากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น ทางด้าน นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า นักลงทุนรายกลางและรายใหญ่ที่ไม่ได้รับการจัดสรรในครั้งนี้ คาดว่าจะเข้าไปเก็บในกระดานในวันที่เปิดซื้อขายวันแรก เพราะมองว่าหุ้นดังกล่าวเป็นหุ้นที่มีอนาคต ถือลงทุนในระยะยาวได้

คำค้น