ไทยพบผู้ติดเชื้อโควิดใหม่ 143 ราย ป่วยสะสมพุ่ง 24,714 คน ดับเพิ่มอีก 2

ไทยพบผู้ติดเชื้อโควิดใหม่ 143 ราย ป่วยสะสมพุ่ง 24,714 คน ดับเพิ่มอีก 2

พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ (15 ก.พ.64) ระบุพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่ 143 ราย โดยเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 132 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯ 64 ราย ค้นหาเชิงรุก 68 ราย และเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เข้าสถานกักกันที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) 11 ราย

ทั้งนี้ ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 24,714 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศ 22,067 ราย จากการตรวจคัดกรองเชิงรุก 13,990 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 2,647 ราย อยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 2,038 ราย รักษาหายป่วยเพิ่ม 772 ราย รักษาหายป่วยแล้วรวม 22,883 ราย ยังรักษาอยู่ 1,749 ราย มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 82 ราย 80 ราย

สำหรับผู้เสียชีวิตรายแรก เป็นเพศ อายุ 62 ปี อาชีพพ่อค้าขายผักที่ จ.อุบลราชธานี มีโรคประจำตัว เบาหวาน โรคไต และความดันโลหิตสูง โดยผู้ป่วยเริ่มมีอาการไอแห้ง และไม่มีไข้ตั้งแต่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา วันที่ 8 ม.ค.อาการทรุดลง ไอมากขึ้น เริ่มมีเสมหะมากขึ้นและหายใจหอบเหนื่อย จากนั้นวันที่ 9 ก.พ. ผลเอ็กซเรย์พบว่าปอดอักเสบอย่างรุนแรง แพทย์ตรวจโควิด-19 พบผลเป็นบวก นำผู้ป่วยเข้าห้องความดันลบ วันที่ 10-13 ก.พ.ผู้ป่วยอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว ก่อนเสียชีวิตในวันที่ 14 ก.พ.

อีกรายเป็นเพศชาย อายุ 78 ปี ชาว จ.สมุทรสาคร จากการสอบสวนโรคพบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นพ่อบ้าน ไม่ค่อยได้เดินทางไปไหน ส่วนใหญ่อยู่ที่บ้าน ในวันที่ 16-17 ม.ค.ที่ผ่านมา ลูกสาวซึ่งมีผลตรวจยืนยันเป็นผู้ป่วยก่อนหน้านี้เดินทางมาเยี่ยมที่บ้าน มีการรับประทานอาหารร่วมกัน หลังจากนั้น 19-20 ม.ค. ผู้เป็นพ่อเริ่มมีอาการไอแห้งและเจ็บคอ 22 ม.ค.ไอมากขึ้น เข้ารับการตรวจที่รพ. ผลพบเชื้อโควิด-19 ผลเอ็กซเรย์ปอดพบว่ามีการอักเสบอย่างรุนแรง 30 ม.ค.อาการเหนื่อยหอบมากขึ้นต้องใส่ท่อช่วยหายใจ จากนั้นมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดร่วมด้วย 7 ก.พ. อาการแย่ลงจนถึงขั้นมีภาวะไตวายเฉียบพลัน ความดันโลหิตลดลง หัวใจเต้นผิดจังหวะ และเสียชีวิตในวันที่ 13 ก.พ.