STGT ประกาศงบปี 63 วันนี้ คาดกำไร 1.4 หมื่นลบ. โต 21 เท่า!

STGT ประกาศงบปี 63 วันนี้ คาดกำไร 1.4 หมื่นลบ. โต 21 เท่า! รับดีมานด์-ราคาขายถุงมือยางพุ่ง โบรกฯ เชียร์ "ซื้อ" เคาะเป้า 65 บาท/หุ้น

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” รวบรวมข้อมูลและบทวิเคราะห์เกี่ยวกับหุ้นบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT หลังคาดการณ์ผลการดำเนินงานในช่วงปี 2563 ของ STGT มีกำไรเติบโตขึ้นอย่างโดดเด่น โดยจะประกาศผลการดำเนินงานในวันนี้ (16 ก.พ.)

โดย บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น STGT ประเมินราคาเป้าหมาย 65 บาท/หุ้น คาดกำไรสุทธิงวดไตรมาส 4/63 อยู่ที่ 8 พันล้านบาท สูงกว่าที่คาดไว้เดิม 13% ขึ้นทำนิวไฮต่อเนื่อง เพิ่มขึ้นถึง 82.7% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน และกว่า 43 เท่าตัวจากงวดไตรมาส 4/62 จากแนวโน้มราคาขายถุงมือยางเฉลี่ยงวดไตรมาส 4/63 จะเพิ่มขึ้นถึง 51% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน และ 199.2% เมื่อเทียบจากปีก่อน สู่ระดับ 1.72 บาท/ชิ้น

ขณะที่คาดปริมาณขายถุงมือยางจะทรงตัวที่ 7.2 พันล้านชิ้น หนุนแนวโน้มรายได้รวมงวดไตรมาส 4/63 เพิ่มขึ้น 52.2% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน และ 295% เมื่อเทียบจากปีก่อน มาที่ 1.2 หมื่นล้านบาท และแนวโน้ม Gross Margin งวดไตรมาส 4/63 เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 72.5% จาก 60.3% ในงวดไตรมาส 3/63 โดยรวมแล้วคาดกำไรสุทธิปี 2563 จะอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 21 เท่าตัวจากปี 2562 สูงกว่าประมาณการที่ฝ่ายวิจัยประเมินไว้ 7%

ทั้งนี้ยังคงประมาณการคาดกำไรสุทธิปี 2563-2564 จะเติบโตถึง 1,949.8% เมื่อเทียบจากปีก่อน และ 91.1% เมื่อเทียบจากปีก่อน ตามลำดับ จากการปรับเพิ่มราคาขายถุงมือยางได้ต่อเนื่อง คาดกำไรสุทธิงวดไตรมาส 1/64 จะเติบโตต่อเนื่องจากงวดไตรมาส 4/63 จากการปรับเพิ่มราคาถุงมือยางได้ต่อเนื่อง จากปัญหาถุงมือยางขาดแคลน โดยเฉพาะปัญหาหารปิดโรงงานถุงมือยางบางโรงงานชั่วคราวในมาเลเซียของ Top Glove จากปัญหาคนงานติดเชื้อโควิด-19

ส่วนบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น STGT และปรับราคาเหมาะสมปี 2564 ขึ้นเล็กน้อย 3% เป็น 50 บาท/หุ้น หลังเริ่มราคาหุ้นถุงมือยางในมาเลเซียเริ่มมีเสถียรภาพ P/E เฉลี่ยจึงดูมั่นใจมากขึ้น  จากทิศทางในเดือน ธ.ค.2563 มองว่ามีความเป็นไปได้ที่ STGT อาจรายงานกำไรในไตรมาส 4/63 (แจ้งตลาดฯ 16 ก.พ.2564) ได้สูงกว่าคาดของบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ที่ 6.1 พันล้านบาท

ด้าน บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ ปรับคำแนะนำลงสู่ “ถือ” พร้อมเป้าหมายใหม่ 43.25 บาทต่อหุ้น จาก 41.20 บาท ตลาดคาดข่าวดีเกี่ยวกับจำนวนการให้โดสวัคซีน COVID-19 ที่มากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ความต้องการถุงมือยางลดลงได้ ทำให้คงมุมมองระมัดระวัง

อย่างไรก็ตามคาด STGT จะรายงานกำไรไตรมาส 4/63 ที่ 7.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 46 เท่าเมื่อเทียบจากปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ย (ASP) 167% เมื่อเทียบจากปีก่อน และ 46% เมื่อเทียบจากไตรมก่อน สู่ระดับ 1,700 บาทต่อพันชิ้น ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4 ในสัดส่วนที่น้อยกว่า ซึ่งได้แก่ (1) น้ำยางธรรมชาติ 41.83 บาท/กก., เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบจากปีก่อน และ 17% เมื่อเทียบจากไตรมก่อน, (2) butadiene USD1,135 /ตัน, เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบจากปีก่อน และ 86% เมื่อเทียบจากไตรมก่อน, และ(3) acrylonitrile USD1,202 /ตัน, ลดลง 17% เมื่อเทียบจากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 36% เมื่อเทียบจากไตรมก่อน ทำให้เราคาดว่ากำไรขั้นต้นไตรมาส 4/63 จะเพิ่มขึ้นสู่ 71% เทียบกับ 60% ในไตรมาส 3

นอกจากนี้ปรับเพิ่มกำไรปี 2563 และ 2564 ขึ้น 32% และ 162% สู่ 1.33 หมื่นล้านบาท และ 1.55 หมื่นล้านบาท หลังปรับราคาขายเฉลี่ยขึ้นสู่ 990 บาท ต่อพันชิ้นและ 1,100 บาทต่อพันชิ้นจาก 925 บาท และ 825 บาท ทำให้สมมติฐานกำไรขั้นต้นปี 2563 และ 2564 จะเพิ่มขึ้นสู่ 54% และ 55% จากเดิม 45% และ 30% ตามลำดับ

คำค้น