สังคมข่าวหุ้น

*OR หรือ บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก ราคาปิด 30.25 บาท รอดจากการถูกใช้เกณฑ์แคชบาลานซ์ไปอย่างเฉียดฉิว หลังมีเจ้ามือใหญ่บิ๊กเบิ้ม ทุกคนเกรงใจคอยควบคุมอยู่ และนับต่อจากนี้ ไม่ต้องหวั่นแล้วว่าหุ้นจะติดแคชฯ แม้ว่าพี/อี จะเกิน 40 เท่า เพราะวอลุ่มเทรดคงไม่เท่ากับช่วงแรก ๆ ที่เทรดกันวันละหลายหมื่นล้านบาท โอกาสราคาหุ้นจะไป 35 – 36 บาท อยู่แค่เอื้อม

คาเฟอีน

*OR หรือ บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก ราคาปิด 30.25 บาท รอดจากการถูกใช้เกณฑ์แคชบาลานซ์ไปอย่างเฉียดฉิว หลังมีเจ้ามือใหญ่บิ๊กเบิ้ม ทุกคนเกรงใจคอยควบคุมอยู่ และนับต่อจากนี้ ไม่ต้องหวั่นแล้วว่าหุ้นจะติดแคชฯ แม้ว่าพี/อี จะเกิน 40 เท่า เพราะวอลุ่มเทรดคงไม่เท่ากับช่วงแรก ๆ ที่เทรดกันวันละหลายหมื่นล้านบาท โอกาสราคาหุ้นจะไป 35 – 36 บาท อยู่แค่เอื้อม

*ส่วนนักลงทุนที่ยังไม่ได้รับใบหุ้น มีข่าวว่า ทางศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ จะเริ่มส่งใบหุ้นให้ตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ.นี้  หลังจากนั้น หากจะขาย ก็นำเข้าพอร์ตของตนเองที่ไปเปิดบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์ได้ และใครที่กังวลว่า กว่าใบหุ้นจะมาถึงมือ ราคาหุ้นจะลงหรือเปล่า “คาเฟอีน” แอบฟันธงให้ว่า จะไม่มีดราม่าเรื่องนี้แน่ ๆ ไม่อย่างนั้นจะเสียชื่อ “หุ้นมหาชน” ตัวจริง เสียงจริงหมด รายใหญ่หรือกองทุนไหนที่จะทุบหุ้นแบบโหด ๆ หวังเก็บของถูก ระวังถูกขึ้นบัญชีดำล่ะ อิ อิ……

*บอร์ดแบงก์ไทยพาณิชย์ SCB ประชุมวานนี้ (18 ก.พ.) เคาะจ่ายเงินปันผลงวดปี 2563 จำนวน  2.30 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินกว่า 7,818 ล้านบาท ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 20 เม.ย.นี้ และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 7 พ.ค.64 ส่วนการจ่ายเงินปันผลครั้งนี้ เป็นการจ่ายเงินปันผลร้อยละ 28.1 ของกำไรสุทธิปี 2563 ตามงบการเงินเฉพาะธนาคาร และเป็นอัตราสูงสุดที่แบงก์ชาติกำหนดไว้ก่อนหน้านี้ คือไม่เกินร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิของปี 2563 และต้องไม่เกินอัตราการจ่ายเงินปันผลในปี 2562 ด้วย รวมถึงให้คำนวณการจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะธนาคาร

*TQR บริษัท ที คิว อาร์ นายหน้าประกันภัยต่อที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่คือกลุ่ม “พรรณนิภา” (กลุ่มเดียวกับ TQM) ที่เพิ่งเข้าตลาด mai ราคาไอพีโอ 5.10 บาท วันแรกชนซิลลิ่ง 200%  พอวันถัดมาชนซิลลิ่งอีก 30%  ส่วนวันนี้น่าจะกลับเข้าซื้อขายได้แบบปกติแล้วล่ะ เพราะ พี/อี ณ ราคาปิดวานนี้ พุ่งขึ้นเป็น 103.4 เท่า แล้ว และราคาหุ้นที่ระดับ 19.80 บาท น่าจะตอบรับกับผลประกอบการงวดไตรมาส 4/63 ไปแล้วด้วยที่กำไรจะออกมาแบบสวยงาม

*วันนี้ บมจ.โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ KISS เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคและบริโภค หมวดของใช้ส่วนตัวและ มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 300 ล้านบาท มูลค่าตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก จำนวนรวม 152.64 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 9 บาท ด้านผลประกอบการไตรมาส 3/63 มีกำไรสุทธิ 43.4 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.08 บาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 25.7 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.07 บาท

*TU บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โบรกฯ คาดการณ์กำไรไตรมาส 4/63 ยังอยู่ในเกณฑ์ดี หรือ 1.33 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน ส่วนปัญหาการฟ้องร้องเรื่องการห้ามผูกขาด (Antitrust litigation) ในขั้นสุดท้าย จากการตัดสินก่อนหน้าที่ทางกลุ่ม TU คือ Tri-Union ชนะ หากตัดสินออกมาชนะต่อ ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่หากในกรณีที่ออกมาไม่ดีคือ แพ้ ก็คาดว่าจะไม่มีการตั้งสำรองพิเศษเป็นค่าใช้จ่ายที่มากและไม่สร้างความประหลาดใจในทางลบ เพราะได้ตั้งสำรองมาอย่างเพียงพอแล้ว ส่วนราคาหุ้นยังเคลื่อนไหวกรอบแคบ 13.60 – 14.00 บาท และมีราคาเป้าหมาย 18.90 บาท

*ธนาคารกรุงเทพ (BBL) แจ้งขอปิดปรับปรุงระบบงานบริการโมบายแบงก์กิ้งชั่วคราวในเช้าวันเสาร์ที่ 20 ก.พ.นี้ ระหว่างเวลา 01.30 – 07.00 น. เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการบริการให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้ลูกค้าของธนาคารไม่สามารถใช้งานบริการ Bangkok Bank Mobile Banking ได้ในช่วงเวลาดังกล่าว ส่วนบริการบัวหลวงไอแบงก์กิ้ง (Bualuang iBanking) บริการบิซ ไอแบงก์กิ้ง (BIZ iBanking) และบริการอื่น ๆ ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ