NER กำไรโตเกินรายได้!

ไม่ได้เกินความคาดหมาย..!! สำหรับบริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ที่เปิดงบปี 2563 ออกมาโชว์กำไรโตระเบิดระเบ้อ 59.35% อยู่ที่ 858 ล้านบาท จากปีก่อนเคยทำได้ 538 ล้านบาท และมียอดขายรวม 16,349 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.71% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 13,005 ล้านบาท

สำนักข่าวรัชดา

ไม่ได้เกินความคาดหมาย..!! สำหรับบริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ที่เปิดงบปี 2563 ออกมาโชว์กำไรโตระเบิดระเบ้อ 59.35% อยู่ที่ 858 ล้านบาท จากปีก่อนเคยทำได้ 538 ล้านบาท และมียอดขายรวม 16,349 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.71% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 13,005 ล้านบาท

ก็เป็นไปตามเทรนด์ราคายางพาราที่ปรับตัวสูงขึ้น..!!

แถมใจดีแจกปันผลอีก 15 สตางค์ ทำเอาผู้ถือหุ้น NER ยิ้มแก้มปริไปตาม ๆ กัน

งานนี้คนที่ยิ้มกว้างสุดเห็นจะเป็น “เฮียชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์” ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ที่ได้เงินไปกินขนมราว 78 ล้านบาท

แหม๊…น่าอิจฉาจัง

แต่จุดที่น่าสนใจ…รายได้ NER โตแค่ 25.71% แต่กำไรโตเกือบ 60% …เรียกว่ากำไรโตแซงหน้ารายได้ไปกว่าเท่าตัวทีเดียว…ซึ่งปกติรายได้และกำไรต้องโตไปด้วยกัน..!!

และเท่าที่เห็นก็ไม่มีการบันทึกรายการพิเศษเข้ามาแต่อย่างใด…นั่นแปลว่ากำไรที่โตนั้น โตมาจากการดำเนินงานล้วน ๆ น่ะสิ…

ว่าแต่ “เฮียชูวิทย์” มีของดีอะไรนะ..? จึงทำให้ NER โชว์ผลงานเป็นที่ถูกอกถูกใจมิตรรักแฟนเพลงขนาดนี้…

ถ้าให้วิเคราะห์ หลัก ๆ น่าจะมาจากในช่วงปี 2563 ราคายางพาราปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน จากต้นปีราคายางพาราอยู่ที่ระดับ 35-45 บาท ก็ค่อย ๆ ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนปลายปีราคาอยู่ที่ราว 70 บาท สาเหตุน่าจะมาจากมีการแย่งวัตถุดิบมาใช้ในอุตสาหกรรมการแพทย์มากขึ้น เช่น ถุงมือยางที่โตระเบิดระเบ้อ ส่งผลให้ราคายางพาราสูงขึ้น

ขณะที่ NER มีการสต๊อกวัตถุดิบไว้ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาปรับลดลง…จึงสามารถทำกำไรส่วนต่างราคาได้ค่อนข้างสูง

เมื่อราคายางพารามีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ ก็ส่งผลให้ลูกค้าเร่งปิดดีล (เกรงว่าราคาจะสูงขึ้นไปอีก) จึงเป็นที่มาของปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 78,703 ตัน มาอยู่ที่ 358,820 ตัน จากปี 2562 ที่มีปริมาณการขาย 280,117 ตัน โดยแบ่งเป็นยอดขายในประเทศ 10,587 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.39% และยอดขายจากตลาดต่างประเทศ 5,762 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.31% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นออเดอร์จากลูกค้าประเทศจีนและสิงคโปร์

ประกอบกับช่วงปลายปี 2563 มีการเพิ่มกำลังการผลิตของโรงงานยางแท่งแห่งใหม่ จึงเกิดอีโคโนมีออฟสเกล…ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 1.95% อยู่ที่ 1,726 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.56% จากปี 2562 ที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 1,119 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8.61%

เลยเป็นที่มาของกำไรโตเกินรายได้อย่างที่เห็น…

ปี 2563 จึงถือเป็นอีกปีทองของ NER..!!

ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินแนวโน้มกำไร NER ยังคงปรับตัวสูงขึ้นทำนิวไฮทุกปี ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า โดยคาดกำไรสุทธิปี 2564 จะอยู่ที่ 1,433 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% จากปีก่อน และปี 2565 อยู่ที่ 1,715 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน

ด้าน “เฮียชูวิทย์” ตั้งเป้ารายได้ปี 2564 อยู่ที่ 22,000 ล้านบาท โดยมองว่าความต้องการใช้ยางในอุตสาหกรรมยังดีต่อเนื่อง ซึ่งมีปัจจัยหนุนหลายด้านทั้งเรื่องราคายาง เรื่องแคมเปญรถเก่าแลกรถใหม่จากประเทศจีน และความต้องการการใช้ยางทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า NER จะพุ่งชนเป้าหมายได้หรือเปล่า..?

คงไม่ได้โม้…ใช่มั้ยคะป๋าชู..!?

…อิ อิ อิ…