UAC โชว์กำไรปี 63 แตะ 271 ลบ. ปันผล 0.14 บ. XD 15 มี.ค.นี้

UAC โชว์กำไรปี 63 แตะ 271 ลบ. ปันผล 0.14 บ. XD 15 มี.ค.นี้


นายชัชพล ประสพโชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดปี 2563 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ว่า บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการ จำนวน 1,269 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 271 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.5% เมื่อเทียบจากงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 163 ล้านบาท ขณะที่ EBITDA ปี 2563 อยู่ที่ 442 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าแผนการดำเนินงานที่วางเป้าหมายไว้ที่ 350 ล้านบาท

ทั้งนี้ สาเหตุที่บริษัทฯมีผลการดำเนินงานที่เติบโตขึ้น เนื่องจากบริษัทฯมีการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดโดยมุ่งเน้นไปที่การทำกำไรสุทธิเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นสูง  ประกอบกับภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2563 เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว หลังจากที่ชะลอตัวจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 ในช่วงครึ่งปีแรกของปีที่ผ่านมา

ส่งผลให้ลูกค้าในกลุ่มธุรกิจเทรดดิ้ง อาทิ โรงกลั่นน้ำมัน โรงงานปิโตรเคมี พลังงาน และเคมีภัณฑ์ เริ่มกลับมาเดินเครื่องผลิตได้ตามปกติ และในปี 2563 ยังได้รับเงินปันผลจากธุรกิจไบโอดีเซล จำนวนทั้งสิ้น 143 ล้านบาท จากการส่งเสริมของภาครัฐในการสนับสนุนให้มีการใช้ B10 เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯมีมติอนุมัติการจ่ายปันผลงวดปี 2563 อีกหนึ่งครั้งในอัตรา 0.14 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 15 มีนาคม 2564 และกำหนดการจ่ายเงินปันผล ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2564 ตามลำดับ บวกกับการจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.06 บาทต่อหุ้นเมื่อเดือนธันวาคมปี 2563 ทำให้การจ่ายปันผลงวดปี 2563 เป็นจำนวนทั้งสิ้น 0.20 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้การที่บริษัทฯมีการจ่ายปันผลอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางสถานะทางการเงิน และผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ UAC ยังได้กล่าวเพิ่มเติมถึงภาพรวมธุรกิจในปี 2564 ว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้รวมเพิ่มขึ้นกว่า 10% เมื่อเทียบจากปีก่อน พร้อมทั้งตั้งเป้า EBITDA ไม่ต่ำกว่า 20% ของยอดขาย ตามการขยายตัวของภาคเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว รองรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ทั่วโลก การบริโภคสินค้าและบริการมีสัญญาณที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตามปีนี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นนโยบายการลงทุนด้าน Energy Efficiency และ Bio Circular Economy ทั้งในประเทศ กลุ่มประเทศ CLMV โดยจะพิจารณาต่อยอดธุรกิจเพื่อเลือกลงทุนในโครงการที่สร้างผลตอบแทน (ROE) ในระดับไม่ต่ำกว่า 20% ขึ้นไป จากที่ปัจจุบันอยู่ในระดับ 18.5%

ส่วนความคืบหน้าของโรงไฟฟ้าชุมชนนั้น UAC มีความพร้อมทุกด้านหากรัฐบาลอนุมัติเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ซึ่งบริษัทฯมีความพร้อมในจังหวัดขอนแก่นอยู่แล้ว 3 เมกะวัตต์ (MW) ที่สามารถเข้าเงื่อนไขโครงการนำร่อง เดินเครื่องการผลิตไฟฟ้าได้ทันที และได้ตั้งเป้าประมูลโรงไฟฟ้าชุมชนแห่งใหม่ เพิ่มเติมอีกประมาณ 6-9 MW ภายใต้งบลงทุนราว 300-600 ล้านบาท โดยจะนำโมเดลสารปรับปรุงดินอินทรีย์ (ผลพลอยได้จากการผลิตก๊าซชีวภาพ) ของโรงงานก๊าซชีวภาพที่จากพืชพลังงาน จังหวัดเชียงใหม่ มาประยุกต์ใช้เพิ่มเติม เพื่อต่อยอดแนวคิด Circular Economy อีกด้วย

Back to top button